งดูอยู่ ต่างลอบถอนใจโล่งอก
เจียงเสวี่ยหนิงเพียงเอ่ยว่า “เรื่องคราวนี้ให้ยุติแต่เพียงเท่านี้ ไม่หาผู้เกี่ยวข้องอีกต่อไป และจะไม่สืบสาวราวเรื่องอีกต่อไปด้วย พวกเจ้าจงไปรับโทษเสียเถอะ”
หวังซิ่งจยาโขกศีรษะกับพื้นเพื่อประจบสอพลออีกหนทันที “คุณหนูช่างมีจิตใจดั่งพระโพธิสัตว์ โอบอ้อมอารีและจิตใจกว้างขวางเสียจริง บ่าวกับสาวใช้เหล่านี้ได้พบเจ้านายเช่นท่านถือว่าบุญพาวาสนาส่ง สร้างบุญกุศลมาสามชาติแล้วจริง ๆ ! จะไปรับโทษเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ จะไปรับโทษเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ…”
คนอื่นก็กล่าวสำนึกบุญคุณเป็นพัลวันเช่นกัน
ไม่นานนักทุกคนก็ออกไปรับโทษ
เหลียนเอ๋อร์และถังเอ๋อร์สองคนต่างรู้หนังสือพวกนางจึงรู้ว่าบน ‘สมุดบัญชี’ เล่มเมื่อครู่ของคุณหนูเขียนคำว่าอะไร เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์พัฒนาไปทิศทางนี้ก็ต่างตาโตอ้าปากค้างแม้กระทั่งฉางจั๋วซึ่งรับใช้อยู่ด้านข้างยังใช้สายตา‘ยอมท่านแล้วจริง ๆ สามารถใช้ตำราแบบเรียนเด็กน้อยเล่มนี้มาพูดจาเพ้อเจ้อข่มขู่คนให้ตกใจกลัวได้’ มองเจียงเสวี่ยหนิงแบบอดไม่อยู่
แต่เจียงเสวี่ยหนิงกลับมองเหล่าสาวใช้อีกชั่วขณะหนึ่ง
นางเบนสายตากลับมา ถามถังเอ๋อร์ด้วยเสียงอันแผ่วเบา “เมื่อครู่คน ที่คุกเข่าอยู่ข้างล่างแล้วยังต่อปากต่อคำผู้นั้นเป็นใคร?”
ถังเอ๋อร์นิ่งอึ้ง คิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกได้ว่า เมื่อครู่ผู้ที่ยังกล้าตีฝีปากในสถานการณ์เช่นนั้นมีแค่คนเดียวนางตอบกลับไปว่า “เป็นผู้ที่เข้าไปปรนนิบัติถึงใน