อย่างแท้จริง แต่ก็ยังรู้วิธีการจัดการเรื่องราวภายในจวนอยู่บ้าง
ฉางจั๋วเข้าใจทันที
เขารับคำ “บ่าวจดจำไว้แล้วขอรับ”
เจียงปั๋อโหยวใช้มือลูบแผ่นหลังเจียงเสวี่ยหนิง ถามขึ้นว่า “เรื่องนี้ให้จบแต่เพียงเท่านี้ สาวใช้ผู้นั้นย่อมมีคนไปจัดการให้ เจ้าไม่ต้องกังวล จะว่าไป ท่านโหวน้อยเป็นคนสอนคำพูดและการกระทำในวันนี้ให้เจ้าเช่นกันหรือ?”
ย่อมไม่ใช่
เพียงแต่เจียงเสวี่ยหนิงไม่อาจบอกผู้อื่นว่านางย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ ก่อนหน้านี้ใช้เยี่ยนหลินเป็นข้ออ้าง จะอ้างอีกสักครั้งก็คงไม่เป็นไร จึงผงกศีรษะ “เยี่ยนหลินเป็นคนสอนเช่นกันเจ้าค่ะ”
เจียงปั๋อโหยวถอนหายใจเฮือก “จวนหย่งอี้โหวมีผู้สืบสกุลที่หวังพึ่งต่อไปได้แล้วสินะ”
เจียงเสวี่ยหนิงหลุบดวงตา ไม่กล่าวคำ
เจียงปั๋อโหยวกล่าวต่อไป “เจ้าเองก็คงเหนื่อยแล้ว จงกลับไปพักผ่อนเถอะ เมื่อวานไม่ได้กลับมาทั้งคืน วันนี้ยังเกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้อีก จำไว้ว่ายามเย็นจงไปคารวะท่านแม่เจ้าจะได้ทำให้นางสบายใจด้วย”
เจียงเสวี่ยหนิงรับคำ “เจ้าค่ะ”
บุตรีและบิดาที่ไม่ได้สนิทสนมกันมากเป็นพิเศษสองคนจึงจบการสนทนาแต่เพียงเท่านี้
นางโค้งคารวะพร้อมกล่าวลาเจียงปั๋อโหยวเลิกผ้าม่านเดินกลับเข้าไปในห้องอักษรส่วนใน ครั้นอ้าปากก็ส่งเสียงหัวเราะทันที “จวีอัน รอนานแล้วใช่หรือไม่?”
ชั่วขณะนี้เอง เจียงเสวี่ยหนิงซึ่งเพิ่งจะถอยหลังไปก้าวหนึ่งก็พลันชะงักงัน
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายเท้าถึงห