เจียงเสวี่ยหนิงนั่งอยู่ด้านนอก กำลังขบคิดเรื่องของเยี่ยนหลินและโจวอิ๋นจือในชาติก่อนไม่ได้ใส่ใจเสียงจากห้องส่วนในแม้แต่น้อย
เพียงได้ยินเสียงเลิกผ้าม่าน ครั้นเงยหน้ามองเจียงปั๋อโหยวก็เดินออกมาแล้ว
นางรีบลุกขึ้นยืน แสดงการคารวะอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมครั้งหนึ่งก่อน แล้วเอ่ยว่า“คารวะท่านพ่อ” จากนั้นถึงกล่าวต่อ “รบกวนท่านพ่อด้วยเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ ลูกรู้สึกละอายใจยิ่งนัก…”
เจียงปั๋อโหยวรู้สึกสบายใจมากเพียงใดนั้นไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง เขาโบกมือบอก “ในเรือนของเจ้า บ่าวไพร่ไม่มีใครทำตัวเป็นบ่าวไพร่ เจ้านายไม่ได้ทำตัวเป็นเจ้านาย สมควรจัดการตั้งนาน…”
“อะแฮ่ม!”
เขาพูดยังไม่ทันจบ ฉางจั๋วก็รีบส่งเสียงกระแอมอยู่ด้านข้าง
เจียงปั๋อโหยวทอดสายตามองเขา ครั้นเห็นเขาส่ายหน้าเล็กน้อยก็คืนสติ กลับมาทันทียายหนูเสวี่ยหนิงผู้นี้กลับจวนมาได้สี่ปีแล้วเติบโตเป็นคนเช่นไร ผู้ใหญ่เช่นพวกเขาต่างเห็นในสายตา
สาวใช้และหญิงรับใช้ภายในเรือนลักเล็กขโมยน้อย นางจะไม่รู้ได้อย่างไรกันเล่า
เห็นชัดว่านางเองก็จับได้
ทว่าบ่าวไพร่พวกนี้ไม่ว่าลับหลังจะกระทำเรื่องเกินเลยมากสักเพียงใด แต่ยามอยู่ต่อหน้านางก็จะพูดว่าคุณหนูรองอย่างนั้น คุณหนูรองอย่างนี้ รายล้อมรอบตัวนางประหนึ่งดาวล้อมเดือน ประคบประหงมเอาใจ ราวกับว่านางล้ำเลิศที่สุดบนปฐพีนางจึงปล่อยผ่านคนพวกนี้ไปเสียอย่างนั้น
หากจะว่ากันถึงต้นสายปลายเหตุแล้ว ล้วนเป็นเพราะลูกคนนี้ถูกรั