บตัวกลับมาจากบ้านพักในชนบทนั่นเอง หว่านเหนียงสิ้นชีพแล้วมิหนำซ้ำเจียงเสวี่ยหนิงกับเมิ่งซื่อก็ไม่ได้สนิทสนมกัน ตอนเพิ่งมาถึงเมืองหลวงเด็กสาวไม่รู้จักใครแม้แต่คนเดียว เปลือกนอกดูเหมือนทำตัวกำเริบเสิบสาน ทว่าจิตใจกลับเปราะบางและอ่อนไหว
ยิ่งภายในอ่อนแอมากเท่าใด ก็ยิ่งจำเป็นต้องใช้สิ่งของภายนอกมาค้ำจุนมากเท่านั้น
อย่างไรเสียเจียงปั๋อโหยวก็เป็นถึงขุนนางขั้นสามของราชสำนัก นอกจากนี้ยังปกครองหน่วยงานสำคัญอย่างกรมคลังอีกด้วย เขาย่อมมองทะลุเรื่องราวต่าง ๆ และบรรดาผู้คนได้อย่างกระจ่างถ่องแท้ บุตรีผู้นี้ก็หาใช่ข้อยกเว้นไม่
ด้วยเหตุนี้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ต่อให้เห็นว่านางตามใจบ่าวไพร่ในเรือน เขาก็ยังโน้มน้าวไม่ให้เมิ่งซื่อยื่นมือเข้าไปจัดการ ด้วยเกรงว่าหากจัดการไม่ดีจนไปทำร้ายจิตใจเจียงเสวี่ยหนิงเข้าอาจทำให้นางรู้สึกว่าคนในจวนต่างหาเรื่องรังแก
วันนี้ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรไปกระตุ้นโทสะ นางจึงบังเกิดความคิดอยากสะสางจนมาหาเขาถึงที่นี่ได้
ทว่ายิ่งเป็นเช่นนี้ เขาก็ยิ่งไม่อาจแสดงความกระตือรือร้นต่อเรื่องนี้มากขึ้นไปด้วย
หากนางเป็นคนจัดการบ่าวไพร่พวกนั้นเองก็ดีไป แต่ถ้าคนอื่นรีบร้อนสอดมือเข้าไปยุ่ง ช่วยด่าทอคนในเรือนของนาง ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้นางคิดมาก ครั้นคนนอกช่วยด่าทอให้จนเสร็จเรื่องและโทสะของนางคลายลงแล้ว เรื่องการขับไล่บ่าวไพร่อาจถูกปล่อยปละละเลยอีกก็เป็นได้
เจียงปั๋อโหยวครุ่นคิด ไม่สู้ใช้วิธีการถ