่นคุกเข่า ส่วนตัวนางนั่งอยู่ มีชาร้อนให้ดื่มมีของว่างให้กิน แล้วไยต้องรีบร้อนกันลานเรือนปูด้วยแผ่นศิลาชิงสือ[1] ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแข็ง แม้สาวใช้และหญิงรับใช้ในจวนจะไม่ถึงขั้นถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก แต่ส่วนใหญ่ก็มีผิวพรรณละเอียดอ่อน ไม่เคยผ่านความทุกข์เข็ญใด ๆ
ยามเพิ่งจะคุกเข่าลงไปยังพอไหว แต่เมื่อเวลาผ่านเลยนานเข้าก็ค่อย ๆ ทนไม่ไหวแล้ว
คนคุกเข่าอยู่บนพื้น หัวเข่าเริ่มขยุกขยิกไปมาร่างกายก็เริ่มส่ายโอนเอน หน้าผากและแผ่นหลังชุ่มเหงื่อโชก
ในที่สุดก็มีสาวใช้ผู้หนึ่งอดรนทนไม่ไหว รู้สึกทั้งร้อนใจและโมโหระคนกัน นางโขกศีรษะลงกับพื้น แสดงละครว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม“คุณหนูรองใส่ความพวกบ่าวแล้วจริง ๆ ที่ผ่านมายามปรนนิบัติท่าน มีผู้ใดบ้างไม่พยายามเอาอกเอาใจและทำให้ท่านมีความสุขอย่างสุดความสามารถ พวกบ่าวรู้จักนิสัยของท่านดี แล้วจะยังมีผู้ใดกล้าทำเรื่องเลวร้ายต่อหน้าต่อตาท่านอีก นั่นไม่เท่ากับว่าไม่ต้องการชีวิตของตนเองแล้วหรือเจ้าคะ? พวกบ่าวเพียงคิดว่าหากพวกบ่าวดีต่อเจ้านาย เจ้านายก็ต้องรักใคร่เอ็นดูพวกบ่าวด้วยเช่นกัน ผู้ใดจะคาดคิดว่าคุณหนูรองกลับคิดเองเออเอง แม้แต่เรื่องการลักขโมยสิ่งของของเจ้านายก็ยังโทษพวกบ่าวได้! หากท่านนำสมุดบัญชีมายันกับพวกบ่าวทีละชิ้น พวกบ่าวอาจจะยังพอยินยอมพร้อมใจอยู่บ้าง แต่บ่าวไพร่ที่คอยปรนนิบัติรับใช้ภายในเรือนมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าท่านไม่เคยนับสิ่งของ และปล่อ