าฟั้องนายท่าน ทำกระทั่งลากตัวพวกนางทั้งหมดมาคุกเข่าตรงนี้ส่วนหวังซิ่งจยาย่ำแย่กว่าเล็กน้อย
นางตื่นตระหนกเพราะเรื่องที่เจียงเสวี่ยหนิงขอกำไลวงนั้นคืนตั้งแต่ตอนเพิ่งจะกลับมาถึงจวนรู้สึกได้ว่าคุณหนูรองซึ่งแต่ก่อนเคย ‘เชื่อฟังคำพูด’ ของนางพลันทำสิ่งที่ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ไม่เข้าใจเลยว่าอีกฝั่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่และเหตุใดถึงเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันได้
ยามนี้เจียงเสวี่ยหนิงมีเจียงปั๋อโหยวคอยหนุนหลัง ฉะนั้นจึงยกมือขานชื่อเหลียนเอ๋อร์ “ไป ไปเอากล่องขนาดใหญ่สองกล่องนั้นมาเสีย”
เหลียนเอ๋อร์จึงไปหยิบมา แล้ววางลงบนพื้นตามตำแหน่งที่เจียงเสวี่ยหนิงบอก
เจียงเสวี่ยหนิงถือถ้วยชาที่ฉางจั๋วถือประคองส่งมาจากด้านข้าง นางเปั่าเบา ๆ ก่อนจะจิบอึกหนึ่ง ครั้นวางลงก็กล่าวขึ้นว่า “ข้าบอกไปตั้งแต่ตอนอยู่ในเรือนเมื่อสักครู่นี้แล้ว หากเอาสิ่งของของข้าไป ทางที่ดีจงไปตามหาและเอากลับมาใส่คืนตั้งแต่เนิ่น ๆ เสีย แล้วข้าจะไม่ติดใจเอาความ”
ท่ามกลางการจดจ้องของทุกคน อีกทั้งนายท่านยังเฝั้าดูอยู่ด้วย เบื้องล่างจึงเงียบสงัดไร้ซึ่งสรรพสำเนียงใด ๆ
หวังซิ่งจยาไม่กล้าออกหน้าพูด
ต่อมามีสาวน้อยผู้หนึ่งผลักนาง นางรู้สึกแค้นใจยิ่งนัก คิดว่ารอให้ผ่านเรื่องยุ่งยากตรงหน้านี้ให้ได้ก่อนเถอะ กลับไปค่อยจัดการกับนางเด็กนี่
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงเห็นพวกนางยังไม่ยอมปริปากก็เปล่งเสียงหัวเราะ
ทว่าไม่ได้กล่าววาจาใดไปมากกว่านี้
ผู้อื