เปลี่ยนความคิดเล่า?”
เจียงเสวี่ยหนิงครุ่นคิด ตัวนางเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นจริง ๆ
ทางที่ดีรีบหาคำอธิบายที่พอจะแก้ตัวไปได้ดีกว่า
ระหว่างกลอกตาใคร่ครวญ นางก็กล่าวหน้าตายว่า “เยี่ยนหลินเป็นคนสอนเจ้าค่ะ”
อ้อ
ที่แท้ก็เป็นเจ้าเด็กแสบที่ชอบปีนกำแพงเข้ามาในจวนของพวกเขาคนนั้น…เมื่อเจียงปั๋อโหยวได้ยินก็ลูบเครา แค่นเสียงในใจคราหนึ่ง ทำสีหน้าใช้ความคิด
ไม่นานนัก เหล่าสาวใช้และหญิงรับใช้จากเรือนเจียงเสวี่ยหนิงก็มาถึง
แต่ละคนตัวสั่นงันงก หน้าซีดเผือด
เจียงปั๋อโหยวเห็นว่ายังมีแขกอยู่ภายในห้องกลัวจะส่งเสียงดังรบกวนเขามากจนเกินไป จึงสั่งการให้คนยกเก้าอี้สองตัวออกมาไว้ใต้ชายคาด้านนอกห้องอักษร และให้บ่าวไพร่กลุ่มนั้นคุกเข่าในลานเรือนเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตถึงเพียงนี้ บ่าวไพร่ในจวนจำนวนไม่น้อยจึงรู้ข่าว ต่างแอบชะโงกหน้ามองจากใต้ฐานกำแพงและระเบียงทางเดิน
เนื่องจากมีหวังซิ่งจยาเป็นผู้นำ ทุกคนซึ่งทำหน้าที่รับใช้ภายในเรือนของเจียงเสวี่ยหนิงจึงไม่กล้าเชื่อเลยว่าภายในชั่วระยะเวลาอันสั้นไม่ถึงครึ่งชั่วยามพวกตนได้เจอกับเรื่องอะไรไปบ้างประการแรก จู่ ๆ คุณหนูรองซึ่งแต่เดิมถูกพวกนางหลอกจนหัวปันเรียกตัวพวกนางเข้าไปในเรือน จากนั้นก็บอกให้พวกนางเอาของที่เคยหยิบไปมาคืนโดยไม่มีบอกกล่าวล่วงหน้า พวกนางเพิ่งจะปฏิเสธ นึกว่าต่อให้คุณหนูรองคิดจะลงโทษ ก็ต้องให้เหตุผลกับพวกนางบ้าง ผลกลับกลายเป็นว่านางไม่พูดไม่จาตรงม