สิ่นเจี้ยขึ้นครองราชย์แล้วก็ไว้วางใจเขามาก
สุดท้ายตำแหน่งทางราชการของเขาก็ไปได้ถึงระดับผู้บัญชาการ มีอำนาจเสมอหน่วยตรวจสอบและรักษาความมั่นคง[4]ซึ่งกำกับดูแลโดยขันทีกระทำเรื่องราวตั้งมากมาย มีทั้งสิ่งที่สมควรทำและไม่สมควรทำ ถือเป็นขุมกำลังที่มีขนาดพอสมควรในราชสำนัก
เพียงแต่น่าเสียดายที่จุดจบน่าสังเวชอย่างยิ่งยามนั้นเซี่ยเวยเดินออกจากเบื้องหลังมาสู่เบื้องหน้า กุมอำนาจในราชสำนักไว้มั่นคงหลังจากควบคุมวังหลวงแล้ว สิ่งแรกที่ทำก็คือสั่งการให้คนระดมยิงเกาทัณฑ์ใส่โจวอิ๋นจือจนสิ้นชีวิต ใช้ตะปูเหล็กยาวสามเล่มตอกศีรษะไว้บนประตูวังหลวง ให้บรรดาขุนนางที่เข้าออกต่างมองเห็น
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้เห็นกับตาตนเอง เพียงข่าวลือภายในวังหลวงก็ทำ ให้ใจหายวาบแล้ว
แต่จะว่าไป…
คดีที่จวนหย่งอี้โหวเกี่ยวพันกับกลุ่มก่อกบฏที่เหลือของผิงหนานอ๋องนั้น ดูแลโดยองครักษ์เสื้อแพรพอดี
ความคิดนี้พลันปรากฏวาบขึ้นมา เจียงเสวี่ยหนิงมองโจวอิ๋นจือ นางไม่ได้แสดงการคารวะตอบ เพียงผงกศีรษะอย่างเรียบเฉย ก่อนหมุนกายไปเอ่ยกับฉางจั๋วว่า “ท่านพ่ออยู่ด้านในหรือไม่?”
ฉางจั๋วตอบ “อยู่ด้านใน ทว่ามีแขกขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงขมวดคิ้ว หวนนึกถึงพฤติกรรมดื้อดึงเอาแต่ใจยามเยาว์วัยของตนเอง ก่อนจะพูดว่า “ข้าไม่สนใจ สาวใช้และหญิงรับใช้ในเรือนข้าพวกนั้นก่อเรื่องก่อราวใหญ่แล้ว แอบขโมยสิ่งของของข้าไป ซ้ำยังรวมหัวกันรังแกข้าอีก เจ้าจงเข้าไปบอกกล่าวท่านพ่