จ็ดปีเท่านั้น
หากนางไปจากเมืองหลวง ยังมีโอกาสตามหาโหยวฟางอิ๋นซึ่งออกเดินทางทำการค้าทั่วหล้าได้อีกด้วย ดังนั้นนางย่อมยินดีจะทำอยู่แล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงคิดว่าตัวนางอย่างมากก็แค่ฉลาดในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการเล่นกับจิตใจคนเท่านั้น ส่วนสติปัญญาในการสร้างบ้านเมืองให้สงบสุข นางไม่กล้าบอกว่าตนเองมี และยิ่งไม่ต้องพูดถึงในยามที่ราชสำนักยังมีมหาราชครูเซี่ยเวยผู้ห่มหนังนักปราชญ์อยู่อีกผู้หนึ่งหากได้ทำงานร่วมกับคนผู้นี้ วันใดเกิดผิดพลาดพลั้งขึ้นมา จะถูกปลิดชีพด้วยวิธีการเช่นไรก็ยังไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
——————–
1. เทศกาลฉงหยาง จัดขึ้นในวันที่เก้าเดือนเก้าตามปฏิทินจันทรคติของจีน เรียกว่าเทศกาลเก้าคู่ เป็นประเพณีที่ชาวจีนใช้แสดงความรักและความห่วงใยต่อผู้สูงอายุบทที่ 5 เซี่ยเวย (2)หมากกระดานนี้ นางร่วมวงด้วยไม่ไหว
มุ่งหาความสงบสุขและหลีกเลี่ยงเภทภัย คือธรรมชาติของมนุษย์
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงขบคิดได้พอสมควรแล้ว ก็เรียกตัวเหลียนเอ๋อร์กับถังเอ๋อร์ให้เข้ามาเช็ดตัวและสวมชุดให้ นางเปลี่ยนไปสวมชุดกระโปรงสีม่วงอมน้ำเงินเข้ม บริเวณชายกระโปรงปักลายทึบรูปเมฆาล่องอย่างประณีตเลิศหรู ครั้นรัดสายคาดเอวแล้วช่างงดงามอรชรอ้อนแอ้น
ทว่ายามถังเอ๋อร์พับแขนเสื้อให้นาง กลับเห็นรอยแผลเป็นขนาดราวสองชุ่น[1] ตรงท้องข้อมือซ้ายของนาง
ถังเอ๋อร์พลันถอนหายใจเบา ๆ พลางรำพึงว่า“ยาลบรอยแผลเป็นที่เอามาเมื่อเดือนก่อนใช้ไปพอสมควรแล้ว ร