อยแผลนี้ของท่านเหมือนจะจางลงไปบ้าง อีกสองวันบ่าวจะไปซื้อกลับมาให้ท่านอีกสักหน่อยนะเจ้าคะ”
เจียงเสวี่ยหนิงพลิกข้อมือดู
เป็นรอยแผลเก่าเมื่อสี่ปีก่อนรอยแผลลากทแยงจากกึ่งกลางข้อมือเยื้องไปยังฝั่ามือ ส่วนล่างมีสีเข้ม ส่วนบนมีสีจาง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นการหยิบมีดสั้นมากรีดตนเองเพื่อถ่ายเลือดประมาณครึ่งถ้วย
นางพลิกข้อมือกลับไป ดวงตาทั้งสองข้างหม่นแสงเล็กน้อย ไม่รู้จริง ๆ ว่าสวรรค์เมตตานางหรือว่าเมตตาเซี่ยเวยกันแน่ มันมอบโอกาสย้อนเวลามาเกิดใหม่ให้นางอย่างไม่ต้องสงสัยทว่าก็ยังให้ย้อนมาหลังจากกลับถึงเมืองหลวงแล้ว
ถ้าหากย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ระหว่างทางกลับมาเมืองหลวง…และหากนางยังไม่ได้กรีดรอยแผลนี้ ชาตินี้อาจผ่อนคลายมากกว่านี้ก็เป็นได้
ทว่าสิ่งที่ต้องเกิดก็เกิดไปแล้ว คิดมากไปก็ปั่วยการ
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงตัดสินใจแล้วว่าจะไปจากเมืองหลวงเพื่อหลีกเลี่ยงเภทภัย ทรัพย์สินเงินทองจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่อันดับหนึ่งที่นางควรต้องใคร่ครวญ และต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนเป็นธรรมดา
ดังนั้นนางจึงสั่งการไปว่า “ขนของในห้องออกมาให้หมด ข้าอยากจะนับสักหน่อย”เด็กสาวทั้งสองต่างตะลึงงัน
ที่ผ่านมาคุณหนูของตนไม่เคยนับสิ่งของมาก่อน ทั้งยังติดนิสัยได้ใหม่แล้วลืมเก่า บางครั้งเมื่อได้รายรับประจำเดือนพร้อมแบ่งสิ่งของ หรือเมื่อท่านโหวน้อยมอบสิ่งของบางอย่างให้ นางจะนำไปใช้เพียงครั้งสองครั้งแล้วก็โยนทิ้งไว้ด้านข้างไม่เคยสนใจไ