ยดีว่าพวกมันจะไปอยู่ที่ใดอีก
ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ถูกความชั่วร้ายบังตาภายในเรือนบางคนจึงมักจะหยิบข้าวของของคุณหนูไปอยู่เสมอ โดยมีหวังซิ่งจยาเป็นผู้นำ
ต่อให้พวกนางไม่พอใจเพียงใดก็ไร้ประโยชน์เนื่องจากคุณหนูแสร้งลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่ง ไม่ตำหนิคนพวกนั้นแม้แต่น้อย
ยามนี้จู่ ๆ กลับต้องการนับสิ่งของ…
ถังเอ๋อร์และเหลียนเอ๋อร์ต่างสบตากัน
ถังเอ๋อร์นั้นยังดี สะกดกลั้นอารมณ์อยู่
แต่เหลียนเอ๋อร์กลับทำไม่ได้ นางกำหมัดน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้น พร้อมร้องบอกว่า “เจ้าค่ะ พวกบ่าวจะไปเดี๋ยวนี้!”จากความทรงจำของเจียงเสวี่ยหนิง ช่วงสี่ปีนี้นางได้รับสิ่งของมาไม่น้อย
แต่เมื่อเด็กสาวทั้งสองเก็บของแล้วยกออกมาให้ดูก็เหลือเพียงสองกล่องเท่านั้น
เครื่องประดับหยกงาม มุกสุกสกาว ทองกระจ่างแวววาว เงินอร่ามตา
หลังจากลองพลิกค้นดู แม้คุณภาพจะถือว่าใช้ได้ แต่เมื่อนับจำนวนแล้วปริมาณก็น่าสังเวชอยู่บ้างจริง ๆ
นางหยิบสร้อยพลอยปีสี่[2]ที่กระจ่างพร่างพราวขึ้นมาเส้นหนึ่ง หัวเราะแล้วโยนกลับลงไปในกล่องอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า “ไปเรียกคนเข้ามาเถอะ ห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว”
เด็กสาวทั้งสองจึงไปตามคนมา
แต่ต้องใช้เวลานานสองนานกว่าคนเจ็ดแปดคนจะทยอยมากันจนครบ ทั้งยังไม่มีผู้ใดยืนอย่างสำรวมเป็นระเบียบ ล้วนมีท่าทางเหลาะแหละเกียจคร้าน
สาวใช้และหญิงรับใช้ต่างกระซิบกระซาบกำลังคาดเดาว่านางคิดจะทำอะไรเจียงเสวี่ยหนิงนั่งอยู่เหนือเตียงเตาริมหน้า