เหมือนวงที่ข้าหาไม่เจอเมื่อหลายวันก่อนนัก”
หวังซิ่งจยาใจเต้นดัง ‘ตึกตัก’ คราหนึ่ง
สวมกำไลงามอยู่บนข้อมือ แต่ยามถูกสายตาเจียงเสวี่ยหนิงจดจ้องกลับร้อนลวกเหมือนถูกไฟแผดเผา พานให้มือนางสั่นระริกตาม
แต่นางที่มีสันดานเช่นนี้กลับใช้ชีวิตอยู่ในเรือนหลังมาเนิ่นนานได้ แสดงว่าความสามารถในการคาดเดาใจคนยังพอมีอยู่บ้าง
เมื่อใช้เวลาพิเคราะห์คำพูดประโยคนี้เพียงเล็กน้อย นางก็พอจับเค้าได้ราง ๆ แล้ว…
กำไล
การที่คุณหนูรองมีท่าทีเปลี่ยนแปลงไปจากยามปกติจะต้องเกี่ยวกับกำไลบนข้อมือนางแน่
ดูแลเรื่องราวน้อยใหญ่ภายในเรือนเจียงเสวี่ยหนิงมาก็ตั้งนานหลายปี วางอำนาจบาตรใหญ่จนเป็นนิสัย ซ้ำสิ่งของที่เจียงเสวี่ยหนิงมอบให้ตนก็มีอยู่แค่ไม่กี่ชิ้น แล้วหวังซิ่งจยาจะอดใจไหวได้อย่างไรเล่า
การลักเล็กขโมยน้อยถือเป็นเรื่องสามัญธรรมดา
ยามปกติก็หยิบนั่นนิดหยิบนี่หน่อย ไหนเลยจะรู้ว่าวันนี้จะถึงคราวเคราะห์
นางใช้ความคิดอย่างฉับไว เริ่มแสดงละครทันที “เหมือนหรือเจ้าคะ? กำไลของบ่าวไม่กล้านำไปเทียบกับของชั้นยอดของคุณหนู นี่เป็นของที่ซื้อมาจากพ่อค้าริมถนนเมื่อคราวก่อนเท่านั้นเอง บอกว่ามีรอยแตกเล็กน้อย เลยขายลดราคาให้บ่าว พอบ่าวซื้อกลับมาแล้วยังใช้เงินสองเฉียนนำมันไปเลี่ยมอีกด้วย ท่านดูสิ อยู่ตรงนี้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”ระหว่างพูดนางก็ปลดกำไลด้วยใบหน้าเปือนยิ้ม คิดจะชี้รอยแตกให้เจียงเสวี่ยหนิงดู
เพียงแต่เพิ่งจะชี้ไปก็ต้องร้อง “อุ๊ยตาย”อ