ช่างพูดจาใหญ่โตเสียจริง
แต่ครั้นเสิ่นเจี้ยลองคำนวณอายุของอีกฝั่ายแล้ว อีกสองเดือนก็จะได้เข้าพิธีสวมกวานสมควรคุยเรื่องวิวาห์ได้แล้วจริงๆ
เขากล่าวระคนหัวเราะ “ที่เจ้ามีความคิดเช่นนี้ ท่านโหวรู้หรือไม่?”
“รู้”
เยี่ยนหลินแนบกระบี่อยู่ข้างเอว ขยับหมุนข้อมือพร้อมหวดแส้ม้า ท่วงท่าสง่างามวังหลวงอยู่เบื้องหน้าแล้ว
เขาปลดกระบี่ประจำกายของตัวเองลงก่อนจากนั้นจึงเอ่ยว่า “ท่านพ่อบอกว่า ตระกูลเจียงเป็นตระกูลบัณฑิตมาทุกยุคทุกสมัย อีกทั้งบัดนี้ใต้เท้าเจียงยังเป็นรองเสนาบดีกรมคลังอีกด้วยนับว่าเป็นผู้มีอำนาจอย่างแท้จริง ยามฝั่าบาททรงขึ้นครองราชย์ในช่วงแรกนั้น ใต้เท้าเจียงเป็นคนลอบส่งใต้เท้าเซี่ยเข้าเมืองหลวง ถือว่ามีผลงานต่อฝั่าบาท นอกจากนี้ยังเป็นสหายกับเซียนเซิงในเมื่อนางเป็นบุตรีภรรยาเอกแห่งจวนตระกูลเจียงก็พอฝืนได้ว่ามีฐานะคู่ควรกับกระหม่อมหลังผ่านพ้นพิธีสวมกวานในเดือนสิบเอ็ดกระหม่อมจะขอให้คนไปสู่ขอถึงที่พ่ะย่ะค่ะ”
“เด็กอย่างเจ้าปกติแล้วไม่สนใจไยดีบุรุษสกุลผู้ดีนิสัยเสเพลในเมืองหลวงพวกนั้น ส่วนสตรีตระกูลใหญ่ที่ทอดสะพานให้ เจ้าก็ไม่เหลือบแลแม้แต่น้อย เปินหวังยังนึกว่าเจ้าอายุยังน้อย ไม่รู้จักเรื่องรักใคร่ชายหญิง ใช้จิตใจอันสะอาดบริสุทธิ์สยบความปรารถนาเสียอีก ผู้ใดจะคิดว่าเบื้องหลังเจ้ากลับคิดเอาไว้เสร็จสรรพแล้ว ดูไม่ออกเลยจริง ๆ !”
เสิ่นเจี้ยครุ่นคิดอย่างถ้วนถี่ จากนั้นก็ค่อย ๆกระจ่างแจ้ง
“เมื่อคื