นหลังจากข้าเมาสุราก็ไม่ได้กระทำการล่วงเกินใด ๆ แค่ยามตื่นขึ้นมาเช้านี้มือไปแตะโดนบ่านางโดยไม่ได้เจตนาเท่านั้น ตัวเจ้ากลับรีบบอกข้าเรื่องสถานะความเป็นสตรีของนางแล้วทั้งยังบอกว่าภายภาคหน้าตนเองจะสู่ขอนางอีกด้วย เยี่ยนหลิน นี่เจ้าออกจะปกปั้องมากเกินไปหรือไม่?”
ก่อนหน้านี้ดูเหมือนเยี่ยนหลินจะเคยประกาศไว้ว่า ‘ภรรยาสหายมิอาจรังแก’ ต่อมายังเตือนสติเสิ่นเจี้ยว่าเจียงเสวี่ยหนิงเป็นสตรี จากนี้ไปควรรักษาระยะห่างกับนางบ้าง ถือเป็นการดึงเจียงเสวี่ยหนิงเข้ามาอยู่ในเขตแดนของตัวเองพร้อมลงตราประทับอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม ไม่ให้ผู้ใดบังเกิดความคิดมิควรอีก
ครั้นความคิดเล็ก ๆ ของตนถูกเปิดโปงเยี่ยนหลินก็อดหน้าแดงเล็กน้อยไม่ได้ เขาตะเบ็งเสียงดังกว่าเดิม คล้ายกำลังซ่อนเร้นอะไรบางอย่าง “ปกปั้องแล้วจะทำไม กระหม่อมยินดี!”
เด็ดขาดเพียงนี้เชียว
เสิ่นเจี้ยได้ยินแล้วอดหัวเราะไม่ได้
ทั้งสองหยุดอยู่ที่หน้าประตูอู่
เยี่ยนหลินส่งมอบกระบี่ประจำกาย ร่วมเดินทางไปกับเสิ่นเจี้ย ผ่านประตูฮุ่ยจี๋ซึ่งอยู่ทางขวามือเพื่อไปยังตำหนักเหวินหวาฮ่องเต้องค์ปัจจุบันหรือก็คือเสิ่นหลางเป็นเสด็จพี่ของเสิ่นเจี้ย ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อสี่ปีก่อน
ไม่ว่าราชวงศ์ใด ปีที่เปลี่ยนรัชศกย่อมล่อแหลมและอันตรายเป็นล้นพ้น
ปีที่เสิ่นหลางขึ้นครองราชย์ก็ไม่มีข้อยกเว้น
ยามนั้นอดีตฮ่องเต้ทรงพระประชวรจนสติเลอะเลือน มีพระราชดำรัสสั่งกักบริเวณเสิ่