บุตรีของเมิ่งซื่อกลับต้องติดตามหว่านเหนียงไปยังบ้านพักในชนบท ปล่อยตัวปล่อยใจตามสบายท่ามกลางปั่าเขาลำเนาไพร ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่รู้จักกฎเกณฑ์ของกุลสตรีตระกูลใหญ่แม้สักกระผีกเดียว
และบุตรีผู้โชคร้ายของเมิ่งซื่อผู้นี้ย่อมเป็นเจียงเสวี่ยหนิงอยู่แล้ว
ยังดีที่หว่านเหนียงปฏิบัติต่อนางไม่เลวนัก ทั้งสอนนางร่ำเรียนเขียนอ่าน และสอนนางแต่งหน้าเล่นเครื่องหอม มิได้กระทำทารุณกรรมแต่อย่างใด
ยามนี้เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงลองครุ่นคิดดูให้ดีจึงพบว่าแผนการของหว่านเหนียงล้ำลึกยิ่งนัก
เนื่องจากสี่ปีก่อนหว่านเหนียงล้มปั่วยหนักนางส่งจดหมายฉบับหนึ่งมุ่งตรงเข้าเมืองหลวงเผยความจริงเรื่องแผนแมวดาวสับเปลี่ยนองค์ชาย[3]จวนตระกูลเจียงถึงกับชุลมุนปันปั่วน
หลังจากสืบหาความจริงก็มีคนเดินทางมาจากเมืองหลวง
ทว่าหว่านเหนียงคร้านจะเสียเวลาเสวนากับพวกเขา ทิ้งคำพูดเอาไว้ว่า ‘เสียใจก็สายไปเสียแล้ว’ จากนั้นก็ลาจากโลกนี้ไป เหลือทิ้งไว้เพียงความวุ่นวาย
เมิ่งซื่อเคียดแค้นหว่านเหนียงเหลือแสน แต่ท้ายที่สุดหว่านเหนียงก็ไม่ได้ทารุณกรรมบุตรีของนาง ทั้งยังทิ้งคำพูดเอาไว้อีกว่า ‘เสียใจก็สายไปเสียแล้ว’ เป็นหลักฐานยืนยันว่านางสำนึกแล้วเมิ่งซื่อไม่อาจถือสาหาความกับคนที่ตายไปแล้วได้อีก
และยิ่งไม่อาจนำโทสะไปลงที่เจียงเสวี่ยฮุ่ยด้วย
เนื่องด้วยจวนตระกูลเจียงเป็นตระกูลมีหน้ามีตา เมื่อเกิดเรื่องราวฉาวโฉ่ขึ้นเช่นนี้จึงไม่กล้าทำเรื่องให้เอิกเกริกนั