้
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขาอย่างนิ่งอึ้ง ลืมพูดจาไปชั่วขณะ
ด้านเสิ่นเจี้ยกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง พลันพูดขึ้นมาว่า “วันนี้เซี่ยเซียนเซิง[1]จะกล่าวบรรยายที่ตำหนักเหวินหวา พวกเราก็ต้องไปเช่นเดียวกันปั่านนี้แล้ว เยี่ยนหลิน เจ้าควรเดินทางเข้าวังพร้อมข้าไม่ใช่หรือ?”ครานี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงได้สติคืนกลับมา
นางย่อมต้องกลับจวน
ทว่าการย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่กะทันหันส่งผลให้สมองยังคงสับสน จำต้องจัดระบบความคิดกันสักหน่อย แต่นางไม่อยากให้เยี่ยนหลินส่งนางกลับจวน ดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “เรื่องของวังหลวงย่อมมิอาจชักช้า เยี่ยนหลิน วันนี้ข้าอยากกลับเอง”
ตัวนางในสมัยก่อนขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ
ครึ่งหนึ่งเป็นเพราะรองเสนาบดีเจียงบิดาของนางรู้สึกผิดบาปอยู่ในใจ ไม่กล้าเข้มงวดกับบุตรีที่รับตัวกลับเมืองหลวงผู้นี้นัก ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็เป็นเพราะเยี่ยนหลินตามใจล้วน ๆ
ฉะนั้นหากนางต้องการกลับเอง ที่จริงแล้วไม่ต้องใช้เหตุผลใด ๆ มาอ้างทั้งสิ้น
จริงดังคาด เยี่ยนหลินไม่ได้ถามไถ่อะไรประหนึ่งคุ้นชินกับความดื้อดึงและเอาแต่ใจของนางมานานแล้ว ถึงอย่างไรก็เป็นหนิงหนิงยอดดวงใจของเขา จึงตอบเพียงว่า “เช่นนั้นข้าจะให้ชิงเฟิงติดตามเจ้าอยู่ห่าง ๆ”
ชิงเฟิงเป็นหนึ่งในสองผู้ติดตามคนสนิทของเขา
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ดีว่าต่อให้อยากปฏิเสธ แต่ดูสีหน้าของเขาแล้วก็รู้สึกว่าสะกดความคิดนี้กลับไปเสียจะดีกว่า นางผงกศีรษะอย่างว่าง่าย
เสิ่นเจี้ยยิ