่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าสองคนนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล
คนผู้นี้เป็นคนนิสัยดี โกรธยากมากอยู่แล้ว
หากกล่าวกันอย่างยุติธรรม เสิ่นเจี้ยเองก็นับว่ามีรูปโฉมอันล้ำเลิศโดยเฉพาะยามยิ้มแย้ม ดวงตาทั้งสองข้างจะหยักโค้งเล็กน้อย อ่อนโยนสง่างามทรงภูมิประดุจหยกงามชิ้นหนึ่ง
สมัยนั้นหลังจากเจียงเสวี่ยหนิงอภิเษกสมรสกับเขา ทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันแม้แต่ครั้งเดียว
เหตุผลนั้นง่ายดายมาก ประการแรก เสิ่นเจี้ยนิสัยดีเหลือเกิน ประการที่สอง ผู้ที่เขารักชอบอย่างแท้จริงหาใช่นางไม่ ประการที่สาม นางมิได้รักชอบเขาเช่นเดียวกัน นางเพียงรักชอบในตำแหน่งนั้น ด้วยเหตุนี้เรื่องอื่นจึงไม่อาจโยกคลอนจิตใจของนางได้ในสายตาของคนนอกที่ไม่รู้ความ คงถือเป็น‘สามีภรรยาเคารพให้เกียรติกัน ฮ่องเต้ฮองเฮารักใคร่สมานฉันท์’ ก็ได้กระมัง
ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้เสียมารยาทก่อน เจียงเสวี่ยหนิงจึงมองเขาด้วยความรู้สึกผิด “เมื่อครู่เป็นข้าที่ล่วงเกิน ซ้ำยังทำร้ายคุณชายเสิ่นอีกด้วยหวังว่าคุณชายเสิ่นจะไม่ถือสา วันหน้าจะต้องจัดโต๊ะเลี้ยงสุราเพื่อขอขมาท่านอย่างแน่นอน”
อยู่ดีไม่ว่าดีก็ถูกคนตบไปฉาดหนึ่ง หากบอกว่าไม่โกรธ นั่นคงโกหกแล้ว
มิหนำซ้ำเยี่ยนหลินยังทำตัวเผด็จการมากอีกด้วยทว่ายามเจียงเสวี่ยหนิงเอ่ยถ้อยคำนี้น้ำเสียงช่างอ่อนหวาน ดวงตาที่มองเขาคู่นั้นเปล่งประกายแวววาว หนุ่มน้อยรูปร่างแบบบางใบหน้าขาวดั่งผัดแปั้ง ริมฝีปากสีชาด ฟันขาวสะอาด อาจเพราะยังไม่เ