ณสมบัติจะร่ำไห้ เพียงพูดเน้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ ปิมว่าจะร่ำไห้เป็นสายเลือดก็ไม่ปาน “ทว่ามีเพียงผู้เดียวที่ใสสะอาด ซื่อสัตย์และเที่ยงตรงมาทั้งชีวิต เป็นข้าเองที่บังคับขู่เข็ญ ทำให้เขาเดินทางผิดและยังทำให้ชื่อเสียงเขาแปดเปือนมาครึ่งชีวิต เขาเป็นขุนนางที่ดี หวังว่าใต้เท้าเซี่ยจะเห็นแก่บุญคุณที่เสวี่ยหนิงเคยปั้อนโลหิตให้ท่านระหว่างทางมาเมืองหลวงในสมัยนั้นใช้ชีวิตข้าแลกกับชีวิตเขา มอบหนทางรอดให้เขาด้วย…”
ผู้ใดจะคาดคิดว่าฮองเฮาผู้เย็นชาและแล้งน้ำใจจนเหมือนไร้หัวใจนั้น ยามนี้กลับมีวันที่ใช้ชีวิตของตนเองแลกกับรองเสนาบดีกรมอาญาเล็ก ๆ ผู้หนึ่งด้วย
ที่แท้นางไร้หัวใจ หรือว่าไม่มีผู้ใดทำให้จิตใจดวงนี้อบอุ่นได้กันแน่
นอกประตูตำหนัก คนผู้นั้นยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่นาน
ผ่านไปเนิ่นนานถึงจะได้ยินถ้อยคำอันเรียบเฉยคำหนึ่ง “ได้”
ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะเสนาะหูเสียจริง
ซ้ำยังเหมือนอดีตเมื่อนานมาแล้วอีกด้วย
เจียงเสวี่ยหนิงยิ้มอย่างปล่อยวาง ยกมือขึ้นด้วยการตัดสินใจอันเด็ดขาด…
ฉัวะ
ยามมีดสั้นคมกริบกรีดผ่านเส้นเลือดบนลำคอระหง พลันบังเกิดเสียงราวกับกระดาษฉีกขาดจากนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังตามมา ฟังดูคล้ายเสียงกระบี่ยาวตกพื้น อาจเป็นของใครบางคนที่อยู่นอกประตูตำหนักส่วนนางก็ล้มลงแล้วเช่นกัน
ปินระย้าทองงามประณีตตกกระแทกพื้น อัญมณีสีแดงเข้มที่ฝังอยู่บนนั้นแตกเป็นเสี่ยงกระเด็นกระดอน โลหิตอุ่นร้อนซึมแผ่ขยายบนพื้นอันเย็นเยี