ฝ่ยไป๋ลู่กล่าวว่า “คนประเภทนี้หลังจากตายแล้วจะถูกกลั่นให้เป็นพลังวิญญาณบางชนิดได้อย่างง่ายดาย วิญญาณของหลินเจี้ยนลี่ออกจากร่างหลายวันแล้ว วิญญาณจะต้องถูกเรียกคืนก่อนจะถูกกลั่น ไม่เช่นนั้น…”
ไม่เช่นนั้นหลินเจี้ยนลี่ก็อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน!
ผู้เฒ่าหลินรู้สึกวิงเวียนตาลายราวกับถูกฟาดด้วยไม้ท่อนใหญ่
เขาจับมือเฝ่ยไป๋ลู่ต้องการจะคุกเข่าขอร้อง “อาจารย์ ช่วยฉันด้วย! ต้องทำอะไรบ้างถึงจะช่วยชีวิตลูกชายฉันได้?”
เฝ่ยไป๋ลู่พยุงตัวเขาลุกขึ้น ขณะที่กำลังจะพูด เสียงอันร่าเริงของโจวลี่ลี่ก็ดังลอดเข้ามา “ท่านผู้เฒ่า ฉันเชิญอาจารย์หนิงมาที่นี่แล้ว! ให้อาจารย์หนิงขับไล่วิญญาณชั่วร้ายให้เจี้ยนลี่นะคะ เขาจะต้องฟื้นขึ้นมาโดยเร็วแน่นอน”
เสียงนั้นมาก่อนตัว
“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าเปิดหน้าต่าง?” รอยยิ้มบนใบหน้าโจวลี่ลี่หายไปทันทีหลังจากที่ก้าวเข้ามาในห้องผู้ป่วย เธอจ้องเฝ่ยไป๋ลู่อย่างไม่พอใจแล้วรีบปิดหน้าต่าง
เพียงแต่ว่าหน้าต่างของห้องผู้ป่วยนั้นเก่าและดูเหมือนว่าจะต้องซ่อมแซม มันจึงค้างเติ่ง ไม่ว่าโจวลี่ลี่จะพยายามออกแรงแค่ไหน หน้าต่างก็ไม่ขยับ
ใบหน้าเฝ่ยไป๋ลู่ราบเรียบไร้อารมณ์ สายตาจ้องมอง ‘อาจารย์หนิง’ ที่สวมเสื้อคลุมแบบสั้นสีเทาอ่อนและยืนอยู่อยู่ด้านหลังประตู
ตอนนั้นเองดวงตาที่เหมือนนกอินทรีของชายวัยกลางคนสบตากับเฝ่ยไป๋ลู่
รอยยิ้มบนหน้าเขาสงบและมั่นคง เขายิ้มให้เฝ่ยไป๋ลู่เบา ๆ แล้วเบนสายตาออกไป
“ฉัน