นักมายากลยังเหลือกฎอะไรอีกบ้าง?หลังจากไคลน์อ่านหนังสือพิมพ์เสร็จ มันกลับมาขบคิดถึงปัญหาสำคัญในปัจจุบันชายหนุ่มเคยมีสมมติฐานไปแล้วหนึ่งข้อ นั่นคือกฎ ‘ต้องมีผู้ชมคอยปรบมือในตอนสุดท้ายหลังการแสดงจบ’ แต่ลำพังกฎข้อเดียวคงไม่พอต่อการเร่งสปีดเทคนิคสวมบทบาทแน่ขณะสมองกำลังผุดข้อสันนิษฐานมากมาย ไคลน์พลันนึกถึงประเด็นหนึ่งซึ่งมันยังหาข้อสรุปไม่ได้สมัยยังเป็นนักทำนาย การได้รับคำยกย่องจากใครสักคนว่า‘คุณช่างสมกับเป็นนักทำนายตัวจริง!’ มักมอบความรู้สึกคล้ายกับโอสถมีพัฒนาการให้เราเสมอ…แต่หลังจากได้ทราบเทคนิคการตั้งกฎ เราก็มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการคิดไปเองมาตลอด เพราะความรู้สึกของผู้อื่นไม่น่าจะส่งผลต่อความเร็วการย่อยโอสถภายในร่างกายได้เลยตรงกันข้าม เป็นเพราะเราสวมบทบาทได้ดีมากต่างหาก คนอื่น
จึงชมว่าเราสมกับเป็นนักทำนายตัวจริง โอสถย่อยได้เร็วขึ้นเพราะฝีมือสวมบทบาท ไม่ใช่เสียงชมเชย…นับแต่นั้น เราก็มองว่าปัจจัยจากบุคคลภายนอกไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับความเร็วในการย่อยโอสถ มันไม่สมเหตุสมผลเกินไป ไม่ว่าจะหลักวิทยาศาสตร์หรือศาสตร์เร้นลับ…แต่ในฐานะนักมายากล อาชีพของเรามีความเกี่ยวข้องกับผู้ชมอย่างลึกซึ้ง บนโลกความเป็นจริง การแสดงมายากลทุกครั้งต้องมีเสียงปรบมือปิดท้าย… ถ้าสมมติฐานนี้ช่วยให้โอสถย่อยเร็วขึ้นได้จริง หมายความว่าแนวคิดของเราเป็นสิ่งผิดมาตลอด…และหากความรู้สึกของคนอื่นมีผลกับการย่อยโอสถ การแสดงกลของเ