ราก็จำเป็นต้องได้รับเสียงปรบมืออย่างเหมาะสม…หืม ลองคิดต่อยอดอีกสักนิด บางที่ สาเหตุทำให้เจ็ดเทพจารีตตัดสินใจดำเนินการก่อตั้งศาสนาอย่างเอาจริงเอาจัง เป็น
เพราะว่าพวก ‘ท่าน’ ต้องอาศัยความศรัทธาจากคนหมู่มากเป็นแหล่งพลังงานให้ตัวเอง?เป็นไปได้… หากการปรบมือหลังแสดงกลช่วยให้นักมายากลซึมซับโอสถได้เร็ว ความศรัทธาต่อเทพของสาวก ก็ต้องช่วยให้ซึมซับโอสถเทพได้เร็วขึ้นเช่นกัน……เราอคติกับเทพเกินไปไหม? จริงอยู่ว่าเราไม่ใช่สาวกของเทพองค์ใดเป็นพิเศษ แต่ก็ยอมรับว่าเทพมีอยู่จริงและแสดงความเคารพยำเกรงเสมอ ไม่เคยลบหลู่ในทางเสียหาย ทุกครั้งจะแสดงท่าทีนอบน้อมและนับถือ ถึงจะไม่ได้ศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตาก็เถอะ…ไคลน์พยายามปรับเปลี่ยนชุดความคิดตัวเองและมองในมุมใหม่มันนำกฎของตัวตลกและนักทำนายมาเทียบอย่างละเอียดพลางวิเคราะห์หาแนวทางมาปรับใช้กับนักมายากลจนกระทั่งเริ่มพบเบาะแส
ในเมื่องานหลักของนักมายากลคือการแสดงกลให้คนดูรับชม ก็หมายความว่า นักมายากลต้อง ‘เป็นฝั่ายเริ่ม’ ด้วยใช่ไหม?ต้อง ‘ชิงลงมือก่อน’ ไม่ใช่อยู่ในสถานะรอตอบโต้แบบนักทำนายหรือตัวตลก…จากมองจากมุมของ ‘โชคชะตา’ สิ่งนี้นับว่าสอดคล้องกับทฤษฎีเก่าของเรานักทำนายต้อง ‘เคารพ’ โชคชะตาตัวตลกต้อง ‘ยอมรับ’ โชคชะตาและฝืนยิ้มในวันทุกสิ่งไม่เป็นใจและสุดท้าย นักมายากลต้องเป็นฝั่ายเริ่มก่อนเพื่อ ‘ท้าทาย’ โชคชะตาถึงแม้นักมายากลจะไม่มีพลังสำหรับบิดเบือน ‘ความจริง’ แต