นั่นสินะ… เป็นเพราะคนว่างงานมีจำนวนมากเกินไป ต่อให้ล้มตาย ก็ยังสามารถหาทดแทนได้ทุกเมื่อ…ไคลน์ครุ่นคิดด้วยสีหน้าอึมครึม
ในฐานะนักข่าวอาวุโส ไมค์ยังคุมสติได้อยู่ มันยืนสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างเงียบงัน สลับกับการสัมภาษณ์คนงานหญิงผู้กำลังรอเปลี่ยนกะ จากนั้นก็เดินออกจากโรงงานตะกั่วถัดมา ไมค์ยังคงเข้าออกโรงงานแห่งแล้วแห่งเล่า แต่ไม่มีกะจิตกะใจจะสัมภาษณ์สักเท่าไร เนื่องจากต้องทนเห็นภาพความไม่น่าอภิรมย์ของโรงงาน และการถูกใช้แรงงานเกินควรของหญิงสาวใกล้เที่ยงตรง ไคลน์พบว่า คนงานจำนวนมากกำลังรวมตัวนอกโรงงานแห่งหนึ่ง เกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิง พวกหล่อนแหกปากตะโกนโหวกเหวกบางสิ่งอย่างตื่นเต้น ขณะเดียวกันก็พยายามแทรกตัวเข้าไปด้านใน“เกิดอะไรขึ้น?” ไมค์หันไปถามโคห์เลอร์เฒ่าโคห์เลอร์ทำหน้างุนงงไม่ต่าง“ผมไปถามให้”โคห์เลอร์วิ่งเหยาะเข้าไปปะปนกับกลุ่มคนงาน ก่อนจะวิ่งกลับมาในอีกไม่กี่นาทีให้หลัง
“พวกหล่อนคิดจะพังเครื่องจักรรุ่นใหม่” เฒ่าโคห์เลอร์หายใจหอบ ตามด้วยการเล่าเข้าประเด็นทันที่“ทำแบบนั้นทำไม?” ไมค์ไม่เคยทำข่าวทำนองนี้มาก่อนจึงไม่เข้าใจสถานการณ์ของคนงานมากนักแต่ทางด้านไคลน์พอจะเดาได้อยู่บ้างทันใดนั้น โคห์เลอร์ชี้ไปทางโรงงาน“ตรงนั้นคือโรงงานทอผ้า เจ้าของได้นำเครื่องจักรรุ่นใหม่มาติดตั้ง ด้วยประสิทธิภาพของมัน โรงงานจึงไม่ต้องจ้างคนงานมากเท่าเดิม ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากถูกลอยแพ คนงานหญิงจึงอยากทำลายมันทิ้