รมแก๊สจนตาย
มันพลันหวนนึกถึงเหตุการณ์สมัยตนยังอยู่เมืองทิงเก็น ในตอนนั้น ไคลน์เคยช่วยเซอร์·เดอไวล์รับมือการถูกวิญญาณเคียดแค้นตามหลอกหลอนชายหนุ่มเริ่มมองเห็นอนาคตของพวกเธออย่างเลือนรางบ้างปวดศีรษะกะทันหัน บ้างตาพร่ามัว บ้างจิตหลอน บ้างถูกพิษสารตะกั่ว แต่ทุกคนจะมีชะตากรรมเดียวกันก็คือ หากไม่ตาบอดก็เสียชีวิตไม่ต่างอะไรกับพิธีกรรมสังเวยคนหมู่มากของนิกายนอกรีตต่างกันแค่จุดเดียวคือ ฝั่ายหนึ่งสังเวยให้เทพมาร ส่วนอีกฝั่ายสังเวยให้เงินตรา… หากชุมนุมแสงเหนือ โรงเรียนกุหลาบหรือบรรดาลัทธิชั่วร้ายทั้งหลาย ฉวยโอกาสนี้ประกอบพิธีกรรมเหมือนกับลาเนวุส ความฉิบหายคงได้มาเยือนเบ็คลันด์แน่…ไคลน์ปิดปาก ปิดจมูก พลางมองไปรอบตัวอย่างเงียบงันไมค์·โยเซฟพึมพำอย่างเดือดดาล“ทำไมถึงเป็นแบบนี้! ในช่วงหลัง ทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างรณรงค์ถึงปัญหาของพิษสารตะกั่ว แล้วทำไมพวก
เขาถึงไม่มีมาตรการปั้องกันเลย? ให้สวมหน้ากากก็ยังดีไม่ใช่หรือ? เจ้าของโรงงานไม่ต่างอะไรกับฆาตกร!”ช่างเป็นนักข่าวเปียมคุณธรรม… แม้จะอายุไม่น้อย แถมยังขี้งก เล่นละครตบตาเก่ง แต่จิตใจเนื้อแท้เป็นคนดีงามสินะ…น่าแปลก แล้วทำไมหนังสือพิมพ์และนิตยสารถึงตื่นตัวเรื่องพิษสารปรอท?นึกออกแล้ว… เราเคยบอกให้เซอร์·เดอร์ไวล์ ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพิษสารตะกั่ว… นับว่าทำได้ไม่เลว แต่ทำไมเจ้าของโรงงานบางคน ถึงยังมองว่าชีวิตคนงานไม่ต่างอะไรกับเศษขยะอยู่ดี…