เผชิญหน้าพวกมันสักครั้ง.คนทั้งสี่เร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งมาถึงจุดนัดหมายของการชุมนุมในวันนี้ก่อนจะเดินห้องเข้า ฟอร์สแอบเอนหลังไปกระซิบคุยกับซิล“เธอร่วมมือได้ดีมาก ถึงขั้นแต่งเรื่องขึ้นมาหลอกคนอื่นได้อย่างแนบเนียน ลองมองไปยังผิวหน้าของไวเคาต์กายลินนอกผ้าปิดปากดูสิ ซีดเซียวยิ่งกว่ากระดาษเสียอีก! ฮะฮะ!”ซิลหันมาตอบเสียงเรียบ“ฉันไม่ได้แต่งเรื่อง เหตุการณ์นั้นเคยเกิดขึ้นจริงก่อนจะย้ายมาอยู่เบ็คลันด์”
“…” ฟอร์สพลันผงะ พร้อมกับอุทานด้วยสีหน้าตกตะลึง“นี่เธอพูดจริงหรือ?”“โกหกแล้วจะได้อะไรขึ้นมา?” สีหน้างุนงงของซิลถูกซ่อนภายใต้ผ้าปิดปากแผ่นใหญ่ฟอร์สเบือนหน้ากลับและเดินตรงไปอีกสองก้าวด้วยแข้งขาสั่นระริกพร้อมกันนั้น กายลินไม่ต้องการยืนอยู่บนทางเดินชวนขนลุกนานนัก จึงรีบเหยียดแขนผลักประตูห้องซึ่งเป็นจุดนัดหมายสิ้นเสียงประตูเปิด มันเห็นพื้นคอนกรีตเป็นอับดับแรก ตามด้วยกลิ่นฉุนกึกคล้ายกับยาฆ่าเชื้อ จึงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวถัดจากนั้นไม่นาน สายตากายลินเหลือบไปเห็นบ่อน้ำขนาดพอประมาณใจกลางห้อง ในบ่อบรรจุของเหลวสีเหลืองใสกระจ่าง พร้อมกันกับร่างกายของหลายบุคคล
ร่างเหล่านั้นเปลือยเปล่าสมบูรณ์ บางส่วนมีผิวหนังหลุดลอกออกจากลำตัว ชิ้นเนื้อเป็นสีน้ำตาลคล้ำคล้ายกับเนื้อแดดเดียวทั้งหมดคือศพ!“ว๊าก!”เสียงแหกปากของบุรุษดังก้องไปทั่วห้องทุกสายตาจ้องมองกายลินพร้อมเพรียงเป็นแววตาจากกลุ่มบุคคลในชุดกาวน์สีขาวคล้า