ยแพทย์กำลังยืนล้อมรอบสระกระจกสีเหลือง บนศีรษะมีหมวกผ่าตัดและหน้ากากสีขาวปกปิดเหมือนกันหมด เหลือเพียงดวงตาและผิวหนังอีกเล็กน้อยเล็ดลอดกายลินพลันสั่นเทา ในใจนึกอยากหันหลังกลับและวิ่งหนีไปให้ไกล แต่เมื่อเหลือบเห็นสามสาว ออเดรย์ ซิล และฟอร์ส เดินผ่านไหล่ตนไปราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น มันตระหนักได้ทันทีว่า :พวกเธอกำลังทำเป็นไม่รู้จักตน!
หลังจากสูดลมหายใจยาว กายลินแทบอยากอาเจียนคำใหญ่แต่เมื่อลองหันหลังกลับไปมองทางเดินมืดสลัวและน่าขนลุกขนพองนอกห้อง สุดปลายสายตาเต็มไปด้วยความมืดมิดและเงาดำเข้มข้นราวกับอวกาศ ไม่ปรากฏสัญญาณชีวิตชีวาใดเลยร่างกายมันพลันสั่นเทาอีกหน ก่อนจะกัดฟันเร่งฝีเท้าตามหลังออเดรย์และอีกสองคนเข้าไป กายลินพยายามเลือกนั่งให้ไกลจากบ่อน้ำน่าสะอิดสะเอียนเข้าไว้ไม่กี่นาทีถัดมา ชายสวมชุดขาวเดินแตกกลุ่มออกมาคนเดียว มือข้างหนึ่งถือแท่งไม้ห้อยปลายขอเกี่ยว จากนั้น มันใช้ขอเกี่ยวดึงศพขึ้นจากบ่อน้ำสีเหลือง ก่อนจะลากยาวไปตามพื้นคอนกรีตจนเกิดรอยเปือนตามทางชายคนเดิมหยุดยืนมองศพประมาณสามวินาที่ ก่อนจะนำมีดผ่าตัดออกมาจากกระเปั๋า และเริ่มลงมือกรีดท้องศพเมื่อปลายมีดเริ่มจมลึกลงไปในท้อง เสียงร้องแหบพร่าพลันดังจากข้างในอย่างน่าฉงน“เอาล่ะ เริ่มชุมนุมได้”
“…” กายลินเลื่อนมือขึ้นมากดผ้าปิดปากไว้แน่นถนัด ลูกกระเดือกเลื่อนขึ้นลงหลายหน คล้ายกับคลื่นไส้อยากอ้วกเสียเต็มประดา.การชุนนุมผ่านไปได้ครึ่งทาง เ