าวสองวินาที่
บิชอปยูทรอฟสกี้หยิบกุญแจทองเหลืองออกจากกระเปั๋าอีกข้างพลางอมยิ้ม“มันถูกเรียกว่ามาสเตอร์คีย์ สามารถเปิดประตูได้ทุกบานหากรูกุญแจไม่ได้ถูกพลังพิเศษหรือกลไกวิเศษเคลือบไว้ และยังใช้ทะลวงผ่านกำแพงหรือฉากกั้นได้ทุกชนิด ฮะฮะ! แต่มีข้อจำกัดเหมือนกันคือ กำแพงบานดังกล่าวจะต้องไม่มีพลังพิเศษเคลือบอยู่ และต้องไม่หนาจนเกินไป พลังพิเศษภายในกุญแจถูกผนึกโดยสมบูรณ์ ในยามปรกติจะเหมือนกับกุญแจธรรมดาจนแยกแยะไม่ออก”ยูทรอฟสกี้ยืนขึ้น ส่งผลให้ไคลน์ต้องเงยหน้าตามบิชอปร่างยักษ์เร่งฝีเท้าเดินไปทางผนังห้องโถงของวิหารจากนั้นก็เสียบมาสเตอร์คีย์เข้าไปในกำแพงอิฐเพียงบิดข้อมือแผ่วเบา ผนังดังกล่าวเกิดคลื่นกระเพื่อมคล้ายสายน้ำ ช่วยให้ยูทรอฟสกี้ทะลุผ่านไปอีกฝังได้ง่ายดายถัดมา บิชอปร่างยักษ์เดินกลับมายังห้องโถงและหันมายิ้มให้ไคลน์จากทางประตู
“สหาย คุณตัดสินใจได้หรือยัง ว่าต้องการสมบัติวิเศษชิ้นใดเป็นรางวัล” หลวงพ่อร่างใหญ่ซักถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ผลข้างเคียงของมาสเตอร์คีย์คืออะไร” ขณะขมวดคิ้วครุ่นคิด ไคลน์ตัดสินใจถามเพื่อความแน่ใจยูทรอฟสกี้ยังคงตอบด้วยรอยยิ้ม“หากใครพกกุญแจติดตัว คนผู้นั้นมักหลงทางบ่อยครั้งจากคำบอกเล่าของผู้ใช้งาน การหลงทางจะเป็นแบบสุ่ม มิอาจคาดเดาได้ล่วงหน้า”หลงทาง…? แต่เราเป็นนักทำนายผู้มาพร้อมประสาทสัมผัสเฉียบแหลม…ไคลน์พึมพำขณะก้มหน้าครุ่นคิดจากนั้นไม่กี่วินาที่ ชายหนุ่มกล่าว“ผมเลือกมา