ขนนกขึ้นมาสามเส้นถ้วยถุงมือดำข้างขวา
ไว้ค่อยทำนายถามด้วยมิติสายหมอกเทาหลังจากกลับถึงบ้านก็แล้วกัน…ทันใดนั้น เมื่อคาปุสตี้ได้สติกลับมา มันรีบเดินมาหยุดข้างไคลน์และซักถามด้วยสีหน้าเจือความหวาดกลัว“ศพไปไหน?”ไคลน์หันไปมองและกล่าวเสียงค่อย“คงลุกออกไปเองแล้ว”“ลุกออกไปเอง…” คาปุสตี้ทวนคำซ้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มันเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวของการคืนชีพศพแข้งขาเริ่มอ่อนระทวยอีกครั้ง ปากขยับพึมพำเหม่อลอย“ต…แต่ผมไม่ได้ใช้พิธีกรรมชุบชีวิตกับศพของเขาสักหน่อย”ไคลน์หันไปจ้องคาปุสตี้“ความตายไม่ใช่จุดจบสุดท้าย”
“ความตายไม่ใช่จุดจบสุดท้าย…ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของมนุษย์…” คาปุสตี้ถูกความเชื่อของตัวเองทำให้สั่นกลัวสถานหนัก มันรีบโพล่งขึ้นเสียงดังด้วยอากัปกิริยาลนลาน“ล…แล้วเขาจะกลับมาหาผมไหม?”ไม่ผิดแน่ นกหวีดดังกล่าวคงเป็นของชายชราปริศนาคนนั้นหากยื่นจดหมายให้ผู้ส่งสาร มันจะนำไปส่งชายชราผู้ควรจะตายไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน…ไคลน์ไม่ตอบคำถามของคาปุสตี้โดยตรงแต่เลือกกล่าวตักเตือนด้วยน้ำเย็นชา“ห้ามเปั่านกหวีดอีกเด็ดขาด”“คุณกำลังจะบอกผมว่า นกหวีดจะทำให้เขากลับมาหาผม?” คาปุสตี้ถามเสียงสั่นก่อนไคลน์จะได้ตอบ มันรีบขอร้องเสริม“ค…คุณช่วยนำนกหวีดไปทิ้งลงในแม่น้ำทัสซอคแทนแผนได้ไหม…แต่ถ้าไม่ได้ ด…เดี๋ยวผมนำไปทิ้งเอง”หือ…เลิกสนใจปริศนาของโลกหลังความตายแล้วหรือ?ขณะรำพันติดตลก ไคลน์แบมือรับนกหวีดจากคาปุสตี้
หากสบโอกาสเหมาะ มันจ