ะลองเปั่านกหวีดและส่งจดหมายไปหาเจ้าของนกหวีดเพื่อสังเกตผลลัพธ์แน่นอน ก่อนจะทำเช่นนั้น ไคลน์ต้องมั่นใจอย่างยิ่งว่าไม่มีอันตรายรออยู่หลังจากบอกให้คาปุสตี้กลบหลุมศพกลับคืน ไคลน์ซักถามเกี่ยวกับ ‘ระบำวิญญาณ’ รวมถึงโลกหลังความตาย ทำไปเพื่อเพิ่มพูนความรู้ตัวเอง และยังถามคาปุสตี้ว่า มันฝังชายชราในลักษณะใด คว่ำหน้าหรือหงาย และคำพูดสุดท้ายของเขาคือสิ่งใดหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไคลน์สามารถระบุได้ว่าจุดใดของพิธีกรรมระบำวิญญาณเป็นส่วนเกิน มันสามารถปรับแท่นบูชาให้สะดวกขึ้นและใช้เวลาน้อยลง…เมื่อเปั้าหมายของตนลุล่วง ไคลน์กำชับหนักแน่นมิให้คาปุสตี้ประกอบพิธีกรรมคืนชีพอีกเป็นอันขาดถัดมา มันกลับมายังถนนอัลก้า นั่งรถม้าอ้อมไกลจนกระทั่งถึงเขตตะวันออก
ภายในห้องเช่าหนึ่งเตียงนอน ไคลน์เปลี่ยนกลับเป็นชุดสุภาพ จากนั้นก็เดินทางกลับถนนมินส์และเข้าห้องนอนทันที่ชายหนุ่มเริ่มประกอบพิธีกรรมซับซ้อน นำขนนกสีขาวและนกหวีดของคาปุสตี้เข้าสู่ห้วงมิติสายหมอกเทาเมื่อเอนหลังพิงเก้าอี้เดอะฟูล ไคลน์เสกกระดาษหนังและปากกา เขียนประโยคทำนายซึ่งผ่านการกลั่นกรองอย่างดีลงไป“ต้นกำเนิดของสิ่งนี้”มือซ้ายหยิบขนนกสามเส้นและหลับตาลงไคลน์พึมพำประโยคเงียบงันพลางส่งตัวเองเข้าสู่ภวังค์นิทราโลกทั้งใบกลายเป็นสีเทาหม่นอมขาวทันที่ทันใดนั้น ภาพรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นฉากหลังสีดำเข้มข้นปราศจากแสงสว่าง มีเพียงสีแดงเลือดนกเจือจางโดยไม่ต้องรอนาน ฝั่าม