ล่นงานเหยื่อ นำแผ่นหลังเอนพิงโซฟาสบายใจ สองมือกอดอกแน่น ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย“เมื่อคืน…ไม่สิ ช่วงเช้าของวันนี้ ผมได้ช่วยคุณและเด็กทุกคนไว้”“ช่วยผมและเด็ก…” คาปุสตี้เริ่มแสดงสีหน้าผ่อนคลายเมื่อตระหนักว่าผู้บุกรุกไม่มีเจตนาร้ายขณะกล่าว สีหน้าท่าทางของมันยังแฝงความหวาดกลัวเล็กน้อยสามารถลอบเข้ามาในบ้านเราได้อย่างเงียบเชียบ แม้ว่าเราจะตื่นอยู่ก็ตาม…การขัดขืนคงไม่เกิดประโยชน์…คาปุสตี้ไตร่ตรองอย่างชาญฉลาด“คุณคือคนในปั่าใช่ไหม? จัดการศพคืนชีพไปแล้วหรือ?พวกคุณโชคดีมาก เป็นเพราะผมบังเอิญผ่านไปเห็นพอดีไม่อย่างนั้นคงมีซากศพกระจัดกระจายเต็มลานกว้าง…ซากศพในสภาพถูกฉีกกระชากเนื้อหนังอย่างโหดเหี้ยม” ไคลน์แสยะ
ยิ้ม “ตอบคำถามของผม…ทำไมคุณถึงเลือกจะอยู่บ้าน แทนการหลบหนีไปให้ไกล หลังจากก่ออาชญากรรมร้ายแรงเช่นนั้นกับกลุ่มเยาวชน”ไคลน์ประเมินจากพฤติกรรมขณะประกอบพิธีปลุกศพรวมถึงลักษณะท่าทางในการรับมือหลังจากนั้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าคาปุสตี้ยังเป็นมือใหม่ในโลกผู้วิเศษ จึงไม่มีทางปกปิดความรู้สึกแท้จริงได้มิดชิด ดังนั้น ไคลน์จึงเลือกใช้วิธีสอบสวนแบบธรรมดา คือเปิดเนตรวิญญาณและซักถามตามปรกติจากนั้นค่อยยืนยันความถูกต้องด้วยการทำนายซ้ำ“ผ…ผมทราบดี การขโมยศพจากสุสานหรือลักลอบซื้อจากโรงพยาบาล มีความผิดถึงขั้นต้องติดคุกไม่ต่ำกว่าสิบปี แถมยังต้องถูกลงโทษสถานหนักโดยโบสถ์วายุสลาตันอีก…” คาปุสตี้ ผู้ไม่น่าจะมีอายุ