เป็นอิสระซากศพเงยหน้าขึ้นพร้อมกับอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวเรียงชิดติดเป็นแถว รวมถึงของเหลวสีแดงปนเหลืองไหลแทรกซึมชายชุดคลุมดำพลันผงะหลายอึดใจ ก่อนจะหยิบนกหวีด‘ทองเหลือง’ ออกมาใส่ปากเปั่าปากขยับพึมพำเป็นภาษาเฮอร์มิส“ข้าขอสั่งเจ้าในนามแห่งเทพมรณา!”ขณะสุ้มเสียงก้องกังวาน ศพคืนชีพชะงักการขย้ำร่างเด็กหนุ่มกะทันหัน ร่างกายแข็งค้างสักพักใหญ่เด็กผู้ถูกตกเป็นเหยื่อของซากศพ สภาพร่างกายของเขาไม่น่าดูนัก ช่วงคอและไหล่เกิดแผลเหวอะหวะ ก่อนจะล้มฟุบอย่างเงียบงันประหนึ่งร่างไร้วิญญาณ
“สำเร็จ…” ชายชุดคลุมดำพึมพำด้วยน้ำเสียงเจือความสุข ปลายนิ้วชี้ไปทางศพพร้อมกับตะโกนเป็นภาษาเฮอร์มิส “จงลุกขึ้น!”ศพลุกพรวดขึ้นยืน ตามด้วยการวิ่งเต็มฝีเท้าหนีเข้าไปในแนวต้นไม้หนาทึบด้านข้าง“จงกลับมา!” ชายชุดดำพยายามแหกปากอย่างลนลานแต่ศพก็ไม่แสดงท่าทีว่าจะหยุดมันเปั่านกหวีดอีกครั้งและตะโกนด้วยวาจาสุดแสนองอาจ“ในนามแห่งเทพมรณา ข้าขอสั่งให้เจ้ากลับมา!”เมื่อสิ้นเสียงดังกล่าว ศพได้วิ่งหายเข้าไปในปั่าโดยสมบูรณ์“ในนามแห่ง…” ชายชุดดำยังคงยืนพึมพำคำเดิมในจุดเดิมราวกับมีรากไม้งอกรัด น้ำเสียงและสีหน้ากำลังล่องลอยชัดเจนขณะเดียวกัน ภายในแนวปั่าทึบ ไคลน์กำลังถือนกหวีดทองแดงอะซิกในมือข้างหนึ่ง และกล่องไม้ขีดไฟในมืออีกข้าง
ชายหนุ่มจุดไม้ขีดและสะบัดข้อมือให้ไฟดับ ก่อนจะโยนก้านไม้ขีดกึ่งไหม้เกรียมลงบนพื้นดินตามทางทำเช่นนี้เรื่อยๆ พร้อมกั