“ผมไปทำอะไรมาบ้าง…” อาโดลพึมพำคำถามเสียงแผ่ว และเริ่มตระหนักว่า ตนจำอะไรในช่วงสองสามวันก่อนไม่ได้เลยเด็กหนุ่มมองไปรอบตัวอย่างเหม่อลอย เจือความหวาดผวาตื่นตระหนก และสับสน“คุณเป็นใคร? ผมกำลังอยู่ไหน?”“ห้องน้ำบ้านคุณไง จำไม่ได้หรือ? ส่วนผมคือนักสืบเอกชนผู้รับงานปกปั้องคุณ” ไคลน์เพ่งมองเด็กหนุ่มผู้เพิ่งได้สติกลับมา มุมปากของมันเผยรอยยิ้มเล็กน้อย“บ้านของผม…นักสืบเอกชน…เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่…?” อาโดลยังคงมองไปรอบตัวอย่างเหม่อลอย พลางพึมพำทวนคำซ้ำทันใดนั้น ร่างกายเด็กหนุ่มพลันชะงัก สีหน้าแววตาเปียมด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่ปกปิด
“บ…บางที่ โลกนี้อาจมีผีอยู่จริง! ไม่ผิดแน่ โลกนี้มีภูตผี!”เด็กหนุ่มกล่าวเสียงสั่นเทา แต่ไคลน์กลับสัมผัสอารมณ์สองขั้วตรงข้ามได้จากประโยคดังกล่าว แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวปะปนกับความตื่นเต้น สีออร่าช่วยยืนยันในเรื่องนี้ได้ตื่นเต้น? หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะถูกผีสิงเพราะสนองความตื่นเต้นของตัวเอง? เด็กมักกล้าหาญกว่าผู้ใหญ่เพราะไม่หวาดกลัวความตายสินะ…ไคลน์ลองคาดเดา พลางซักถามกลับไปอย่างสงสัย“ภูตผี?”หลังจากกลายเป็นนักมายากล เนตรวิญญาณของไคลน์ก็ถูกพัฒนาขึ้นอีกระดับ แต่ยังไม่ถึงขั้นส่องเข้าไปในชั้น ‘วิญญาณดารา’ ของอีกฝั่ายได้ จึงไม่ทราบว่าเปั้าหมายเป็นผู้วิเศษหรือไม่เมื่อได้ยินคำถาม ใบหน้าอาโดลพลันขาวซีด ก่อนจะกลับมาแดงระเรื่ออย่างตื่นเต้น
“ใช่แล้ว! ภูตผี!”เด็กหนุ่มแกว่งแขนพร้