อมกับนึกสงสัยว่าเหตุใดคนร้ายถึงได้ลงมืออย่างสุดโต่งเช่นนั้นลาเนวุสมิได้ทรงพลังเหมือนพลเรือโทวายุ คีลิงเกอร์ มันเป็นแค่นักต้มตุ๋น หากพบว่ากำลังถูกตามล่าตัว ทางเลือกฉลาดคือการหลบซ่อนให้มิดชิด หรือไม่ก็ย้ายออกจากเมือง นั่นคือธรรมชาติของนักต้มตุ๋นมืออาชีพ ไม่มีเหตุผลให้ต้องย้อนสืบหานักล่าค่าหัวและกำจัดทิ้งทีละคนหากใช้มาตรฐานดังกล่าว แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของนักล่าค่าหัวในเขตตะวันออกคงถูกฆ่าทิ้งจนหมด และเรื่องราวก็จะยิ่ง
ลุกลาม จนถึงมือบรรดาหน่วยลับของโบสถ์ ไม่ว่าจะเป็นเหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา หรือจิตแห่งจักรกลหืม…หรือว่าลาเนวุสจะเสียสติโดยสมบูรณ์? เป็นผลพวงจากการประกอบพิธีกรรมอัญเชิญทายาทพระผู้สร้างแท้จริงลงมายังโลกมนุษย์? สิ่งนี้สอดคล้องกับลักษณะพิเศษของพระผู้สร้างแท้จริงมาก…แต่หนึ่งประเด็นน่าสงสัยก็คือ ทำไมคนเสียสติถึงหลบซ่อนตัวเองได้แนบเนียนมาตลอด…ถึงจะเป็นประเภทกึ่งเสียสติก็เถอะ…ไคลน์นั่งตรึกตรองเป็นเวลานานมันไม่รีบร้อนมอบคำตอบจัสติสเนื่องจากอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ และเคยอ่านข่าวระเบิดบนถนนดาราวีผ่านตามาบ้าง ไคลน์จึงมีข้อมูลมากพอสำหรับใช้เทคนิคทำนายฝันประโยคทำนายถูกเขียนลงแผ่นกระดาษ“เบาะแสของคดีระเบิดบนถนนดาราวี”เมื่อท่องจบ มันเอนหลังพิงเก้าอี้และสะกดจิตตัวเองเข้าสู่นิมิตฝัน จากนั้นก็เริ่มมองเห็นฉากตึกสีฟั้าอมเทา
บนชั้นสามของอาคาร ห้องพักห้องหนึ่งซึ่งมีสภาพพังยับเยินหน้าต่างแตกละเอ