้งทำเป็นอยากรู้อยากเห็น“พูดว่าอะไรหรือคะ”“ชายชาวอินทิสมักพูดว่า ‘สุดสวย ผมต้องขอตัวกลับก่อน ไม่อย่างนั้นภรรยาอาจรู้เข้า’” เมื่อเล่าจบ เบเคอร์ลันยกแก้วแชมเปญพลางหัวเราะคิกคัก“…ดิฉันชอบคนมีอารมณ์ขัน โดยเฉพาะการขำในมุกตลกของตัวเอง” ออเดรย์ยิ้มอย่างสุภาพดวงตาสีเขียวเข้มเป็นประกายของเด็กสาวพลันหันไปมองด้านหลังราชทูตเบเคอร์ลัน“ขอตัวก่อนนะคะ เพื่อนกำลังรออยู่”“เป็นเกียรติอย่างยิ่งเมื่อได้สนทนากับคุณ” เบเคอร์ลันโค้งตัวอย่างนอบน้อมพร้อมกับหลบให้อีกฝั่ายเดินผ่านออเดรย์ย่างกรายอย่างสง่างามโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
ขณะเด็กสาวกำลังมองหาเปั้าหมายสำหรับข้ออ้างสุภาพบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้พลางกระซิบตักเตือนเสียงค่อย“ออเดรย์ อย่าถูกราชทูตเบเคอร์ลันปันหัวเด็ดขาด มันเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์! มีหญิงสาวมากมายถูกล่อลวงไปขึ้นเตียงและทอดทิ้งอย่างไม่แยแส”เบเคอร์ลันลุ่มหลงหญิงงาม? สอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจเบื้องต้นของเรา…ตรงนี้คือจุดอ่อนสินะ…ออเดรย์ฉีกยิ้มกว้างโดยไม่เก็บซ่อนสีหน้าขยะแขยง“คานส์ คุณเข้าใจฉันผิดไปมาก ให้ตายสิ! อย่างฉันไม่มีทางถูกราชทูตเบเคอร์ลันคนนั้นปันหัวอยู่แล้ว ลำพังกลิ่นน้ำหอมก็มากพอจะชวนให้อาเจียน ยังไม่รวมถึงคำพูดน้ำเน่าพวกนั้นอีก คิดว่าตัวเองเป็นนกยูงหรือไง”คานส์คือบุตรชายคนสุดท้องของไวเคาต์ลิเยอร์เซ่น ตระกูลพวกมันค่อนข้างสนิทสนมกับตระกูลฮอลล์
จากข้อมูลในความทรงจำของออเดรย์ ค