ึมพำพลางไตร่ตรองหาวิธีอื่นสำหรับกระตุ้นให้ใบหูสีดำแสดงผลโดยตัวเองไม่เป็นอันตราย
หลังจากลมหายใจถูกพ่นทิ้งนานหลายวินาที่ ไคลน์เสกปากกาหมึกซึมและกระดาษวางบนโต๊ะ เตรียมใช้เทคนิคทำนายแบบเดียวกับเมื่อครั้ง ‘แอบมอง’ เทพสุริยันเจิดจรัส‘คราวก่อนเราจ้องมองเทพโดยตรงเพราะใช้โลหิตแห่งเทพเป็นสื่อกลาง แต่คราวนี้เป็นเพียงตะกอนพลังจากผู้สดับ ไม่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายสักเท่าไร…’ไคลน์เขียนประโยคทำนายโดยไม่รีรอ“ต้นกำเนิดของวัตถุชิ้นนี้”ชายหนุ่มสูดลมหายใจเต็มปอด แผ่นหลังเอนพิงพนักเก้าอี้มือข้างหนึ่งถือใบหูสีดำ ส่วนอีกข้างถือกระดาษประโยคทำนายปากพึมพำท่องจนครบเจ็ดหนพร้อมกับหลับตาลงเข้าฌานและสะกดจิตตัวเองให้หลับท่ามกลางโลกสีเทาภาพไม่คมชัด ไคลน์มองเห็นบุรุษผู้หนึ่งนอนทุรนทุรายบนพื้น อีกฝั่ายกำลังเกลือกกลิ้ง แหกปากกรีดร้อง และถลึงตาจนปูดโปน จนกระทั่งร่างกายของมันเริ่มบวมพองคล้ายลูกโปั่ง เส้นผมทั่วร่างเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและยืดยาว
ถัดมาไม่นาน สุ้มเสียงอันชั่วร้ายและกัดกร่อนจิตใจดังกังวานในสมองไคลน์ ปลุกชายหนุ่มให้ตื่นจากภวังค์ฝันทันใดเสียงนี้ไม่เหมือนกับเสียงเพรียกแหบพร่าขณะจิตถูกส่งเข้ามิติเหนือสายหมอก ลักษณะของเสี่ยงเปียมด้วยพลังทะลุทะลวงแฝงความหมายลึกซึ้งและความน่าหลงใหลอย่างเต็มเปียมไคลน์พยายามอุดหูโดยหวังขจัดเสียงหลอกหลอนให้หมดไปแต่ก็ไม่เป็นผล เสียงยังคงก้องกังวานในสมองอยู่เช่นนั้นชายหนุ่มเหลือบเห็นเส้