ใบหน้าหญิงงาม
“เราโกหกซิลบอกกับเธอว่าเสียงเพรียกในคืนจันทร์เต็มดวงไม่ส่งผลกระทบกับร่างกาย…แต่หารู้ไม่ การสูญเสียเส้นผมถือเป็นฝันร้ายอันดับหนึ่งของหญิงสาวทุกคน”ฟอร์สพยุงร่างนั่งบนเตียงด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด สายตาชำเลืองมองผ้าม่าน มันถูกขึงปิดบานหน้าต่างในห้องนอนไว้เพียงครึ่งเดียวฟอร์สมองผ่านกระจกใสออกไปสบตากับดวงจันทร์แดงเลือดนก“อาการเลวร้ายขึ้นทุกครั้ง…คราวหน้าคงถึงจุดคลุ้มคลั่งของเราแล้ว”ฟอร์สไม่แสร้งปันหน้าเข้มแข็ง จิตใจของเธอกำลังอ่อนแอและต้องการใครสักคนดูแลในพักหลังฟอร์สพยายามไม่สวมกำไลท่องเที่ยวโลกวิญญาณแต่ผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยนแปลง เธอยังคงได้ยินเสียกเพรียกอันทุกข์ทรมานในคืนจันทร์เต็มดวงเช่นเคย
ฟอร์สพยายามกินยาระงับประสาท พยายามเอ่ยพระนามอันสูงส่งของเทพจักรกลไอน้ำ หรือแม้กระทั่งพิธีกรรมชนิดต่างๆแต่ก็ไม่มีวิธีใดช่วยให้เธอหลุดพ้นจากหุบเหวแห่งนรกได้เลย ราวกับจิตใจกำลังคืบคลานลึกลงไปในความมืดมิดมากขึ้นทุกขณะ“ถ้าเราจับใจความเสียงกระซิบได้ก็คงดี เพราะอย่างน้อยก็ได้ตายแบบไม่มีสิ่งใดให้ค้างคาใจ หรือเราจะได้ยินเสียงชัดขึ้นหากกลายเป็นลำดับ 8? แต่ก็ยังไม่เคยเห็นใครขายโอสถนักตุกติกเลยสักครั้ง”ขณะฟอร์สพึมพำด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียกระจกตาของหญิงสาวสะท้อนแสงสีแดงฉานของดวงจันทร์จนเกิดเป็นภาพอันงดงาม………วันจันทร์ช่วงเช้า ไคลน์ตื่นขึ้นและลุกจากเตียงหลังจากเพิ่งหลับสนิทได้ไม่กี่ชั่วโมงมันเดินผ่านโต๊