รสสัมผัสแรกคือขมฝาดเจือความหอมละมุน แต่เพียงไม่กี่อึดใจ รสชาติของมอลต์พลันระเบิดท่วมท้นช่องปาก ตบท้ายด้วยรสติดค้างค่อนไปทางหวานหลังจากวางแก้วลงไคลน์ก้มมองฟองสีขาวสักพักก่อนเงยหน้าซักถาม“คาสปาส·คันลินิงอยู่ไหน”
บาร์เทนเทนเดอร์พลันชะงักการเช็ดแก้ว สายตาชำเลืองไคลน์สองสามอึดใจก่อนจะชี้ไปทางด้านข้าง“ห้องบิลเลียดหมายเลขสาม”ด้วยนิสัยไม่ชอบเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ไคลน์รีบลุกเดินถือแก้วเบียร์ไปทางห้องบิลเลียดหมายเลขสามทันที่หลังจากเคาะเสียงค่อยสามครั้ง ไคลน์ออกแรงผลักประตูเข้าไป บุรุษสองคนภายในห้องพลันหยุดกิจกรรมและมองมาทางประตู“ผมกำลังตามหาคาสปาส·คันลินิง”ขณะบรรยากาศกำลังเงียบสงัด ไคลน์รีบอธิบายเสริม“สหายเก่าแนะนำมา”เมื่อสิ้นเสียงชายวัยห้าสิบผู้สวมเสื้อลินินและมีจมูกใหญ่ขยับปากตอบเสียงทุ้ม“เข้ามา”เจ้าของเสียงมีรูปร่างใหญ่โต แผลเป็นลากยาวตั้งแต่หางตาขวาลงมาถึงมุมปาก จมูกมีสีแดงก่ำตามประสาตาแก่ขี้เมา
ไคลน์เดินเข้าไปพร้อมกับเบียร์ในมือ ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกัน สายตาชำเลืองเห็นเพื่อนเล่นบิลเลียดของคาสปาสเดินนำไม้คิวไปวาง และเปิดประตูหลังออกไปอย่างรู้งานคาสปาส·คาลินิงเดินกะเผลกมาหาไคลน์พลางซักถาม“ต้องการอะไร”“ลูกโม่สั่งทำพิเศษพร้อมกระสุน ห้าสิบนัด”ไคลน์ยกเบียร์นันวีลล์ขึ้นจิบ“สามปอนด์ สิบซูล”คาสปาสบอกราคาคล่องแคล่ว“แพงกว่าร้านอาวุธทั่วไปเล็กน้อย เป็นค่าแบกรับความเสี่ยงของ