ทำไมถึงเอาแต่จดจ่อกับเนื้อหาจนเผลออ่านโดยไม่ระวังตัวว่าเป็นคาถาต้องห้าม!’
ซิลมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง ส่วนลึกของจิตใจกำลังกังวลว่า สัตว์ประหลาดชั่วร้ายอาจปรากฏกายภายในบ้านและลอบจู่โจมเก้าอี้นวม โต๊ะดื่มชา ตู้กับข้าว โต๊ะรับประทานอาหารภาพวาดสีน้ำมัน รวมถึงเครื่องเรือนชิ้นอื่นภายในบ้าน ทั้งหมดถูกเธอสำรวจอย่างละเอียด และไม่พบความผิดปกติหลังจากระมัดระวังตัวนานเกือบหนึ่งนาที่ ซิลตัดสินใจผ่อนคลายความตึงเครียดลงและกล่าวปลอบใจตัวเอง“ไม่เป็นไร…ไม่มีอะไรต้องกังวล”เราแค่เอ่ยนาม ไม่ได้สวดภาวนาต่อจากนั้น“พิธีกรรมยังไม่สมบูรณ์ จึงไม่สร้างความสนใจให้ตัวตนลึกลับ ยิ่งไปกว่านั้นนามดังกล่าวอาจไม่มีอยู่จริง เพราะถูกถอดรหัสจากสัญลักษณ์ของจักรพรรดิโรซายล์อีกทอดหนึ่ง”‘ตะ…แต่เราเคยได้ยินว่า ลำพังการเอ่ยนามก็มากพอจะเรียกร้องความสนใจจากตัวตนลึกลับได้แล้ว แม้พิธีกรรมจะไม่สมบูรณ์ก็ตาม…เราช่างโง่บรม’
เมื่อครุ่นคิดถึงจุดนี้ ใบหน้าซิลพลันห่อเหี่ยวและดำมืดราวกับคนตาย เธอตระหนักว่าตนได้กระทำความผิดร้ายแรงยากเกินอภัยผ่านไปราวสามนาที่ สตรีร่างเล็กถอนหายใจยาวอีกครั้ง สีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อยังไม่พบการตอบสนองจากตัวตนลึกลับเธอตัดสินใจยัดเศษกระดาษกลับใส่ปกหลังของหนังสือ ‘ประวัติขุนนางอาณาจักรโลเอ็น’ ตามด้วยการเดินเข้าห้องน้ำด้วยสภาพจิตใจสลดหดหู่ซิลใช้มือเปิดก๊อกน้ำ เผื่อบางทีน้ำเย็นจะช่วยทำให้สมองแจ่มใสซ่า!ระหว่างของเห