ยืนตัวตรงในท่าผ่อนคลาย ตามด้วยการหาข้ออ้างโดยไม่สำนึกผิด“แล้วทำไมถึงไม่เข้าทางประตูหน้า เธอเกือบทำให้ฉันหัวใจวาย!”
ฟอร์สกะพริบตาถี่พลางอธิบาย“ถ้าเข้าประตูหน้าก็ต้องอ้อมไกลมาก แบบนั้นเสียเวลาและยุ่งยากเกินไป ฉันชอบเดินเป็นเส้นตรงมากกว่า”นักเขียนสาวสวยเว้นวรรคเล็กน้อย ตามด้วยการซักถามด้วยสีหน้าสุดฉงน“แต่เธอไม่หนักมือไปหน่อยหรือ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้”ซิลก้มหน้าใช้ความคิดราวสามวินาที่เธอต้องเลือกระหว่างเล่าความจริงและได้รับความอับอายกับปิดบังความจริงแต่นำพาชีวิตตัวเองเข้าสู่ความเสี่ยงจนกระทั่งหญิงสาวตัดสินใจอย่างซื่อตรง“พะ…เพราะว่าฉันทำพลาดมหันต์ มะ…มันร้ายแรงมาก ย้อนกลับไม่ได้แล้ว!”“พลาดยังไงเล่าให้ฟังหน่อย”
ฟอร์สขมวดคิ้วถามพลางใช้มือลูบท้อง สีหน้าเจือความกังวลชัดเจนซิลเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เริ่มจากการค้นพบความผิดปกติของปกหลังและนำเศษกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา เธอเผลออ่านข้อความโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงกลายเป็นการท่องคาถาภาษาเฮอร์มิสโบราณ ย่อหน้าดังกล่าวอาจเป็นนามเต็มของตัวตนลึกลับ“เธอเอาสมองไปไว้ไหนหมด! ช่างเถอะ นะ…นี่อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็ได้ พิธีกรรมไม่สมบูรณ์ และเราก็ไม่ทราบว่านามเต็มดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่”ฟอร์สกวาดสายตามองรอบตัวอย่างหวาดระแวง ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอสัมผัสว่าบรรยากาศภายในบ้านเย็นลงเล็กน้อยทั้งสองเดินกลับห้องนั่งเล่นและได้พบแผ่นกระดาษเก่าสีเหลือง ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์