ดันน์ถอนหายใจ“ผมสั่งให้คุณลงไปข้างล่าง เพราะต้องกระทำบางสิ่งซึ่งเป็นความลับของโบสถ์รัตติกาลและเหยี่ยวราตรี แต่การจากไปของโคเฮนรีได้ทำให้จิตใจว้าวุ่น จึงออกคำสั่งด้วยข้ออ้างหละหลวม จนเป็นสาเหตุให้คุณย้อนกลับมาเห็นภาพดังกล่าวพอดี”“ความลับ?”ไคลน์ถามจี้ด้วยเสียงผ่อนคลาย มันมิได้กังวลในตัวดันน์เหมือนตอนแรกเกือบหลงลืมภัยคุกคามจากบุตรแห่งเทพนอกรีตในห้องรับแขกด้วยซ้ำ หรือไม่ว่าไอ้ตัวบัดซบข้างนอกจะเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใดดันน์เรียบเรียงคำพูด“ศาสตร์เร้นลับจะมีกฏเหล็กอยู่หนึ่งข้อ แม้ผมจะศึกษาด้านนี้ไม่มาก แต่ก็ทราบดีว่ากฏดังกล่าวหมายถึงสิ่งใด ชื่อของ
กฏคือ กฏความถาวรของพลังพิเศษ พลังพิเศษจะไม่ถูกทำลายหรือลดลงอย่างเด็ดขาด เพียงเปลี่ยนจากภาชนะหนึ่งไปอยู่กับอีกภาชนะหนึ่งเท่านั้น”ดวงตาไคลน์พลันเบิกโพลง มันเริ่มจับจุดได้และเอ่ยปากถาม“หัวหน้ากำลังหมายถึง บรรดาสมบัติวิเศษปิดผนึกของโบสถ์ และวัตถุดิบหลักในการปรุงโอสถ ซึ่งหลงเหลือจากซากศพผู้คลุ้มคลั่ง?”“ถูกต้อง” ดันน์ผงกศีรษะ“ไม่จำกัดเฉพาะผู้คลุ้มคลั่ง แต่ยังรวมถึงความตายของผู้วิเศษปกติ ทุกคนจะหลงเหลือตะกอนพลังวิเศษไว้กับศพเสมอ”“…เหลือไว้เสมอ”ไคลน์ทวนคำพูดซ้ำ สมองของมันเริ่มจับหลักการบางสิ่งได้ชายหนุ่มย้อนนึกกลับไปในเหตุการณ์เผชิญหน้ากับตัวตลกสวมสูท ไคลน์ยังจำได้แม่นยำว่า ภายในห้องดับจิตของเหยี่ยว
ราตรีวันดังกล่าว มีวัตถุประหลาด ทรงกลมสีฟั้าคราม ขนาดเท่