ับคนจรจัดในกรุงเบ็คลันด์ฟอร์สสางผมหยักศกของเธอทัดหลังใบหู“ถ้าฉันยังได้ทานอาหารเที่ยงตรงเวลาก็ไม่มีปัญหา”“ตกลง! หากพวกเราโชคดี บางทีฉันอาจเลี้ยงมื้ออาหารอินทิสสุดหรูกับเธอได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้!”ซิลให้สัญญาด้วยสีหน้าจริงจัง“หมายความว่าฉันก็ต้องภาวนาต่อพระองค์ให้มันเกิดขึ้นด้วยใช่ไหม?”ฟอร์สหัวเราะคิกคักไม่เหมือนซิล ฟอร์สเป็นผู้ศรัทธาเทพจักรกลไอน้ำ แต่ไม่ได้เคร่งครัดมากนัก
ขณะกำลังสนทนา สองสาวต้องเปลี่ยนขบวนรถม้าสาธารณะเพื่อตรงเข้าไปในเขตตะวันออกของเบ็คลันด์ เพียงไม่นานก็มาถึงหน้าบ้านของดัคโฮล์มเป็นบ้านแถวตั้งอยู่ในตรอกคับแคบ ด้านบนหลังคามีพืชสีเขียวห้อยระโยงระยาง ภายนอกดูไม่น่าอยู่อาศัยสักเท่าไรซิลเดินเข้าไปเคาะประตูเป็นจังหวะพิเศษบานประตูถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติพร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดของไม้ทันใดนั้น ซิลพลันสวมสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยคล้ายกับราชสีห์หวาดระแวงเธอหยิบดาบปลายปืนประจำตัวออกมาถือ มือขวาผลักบานประตูเข้าไปอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าวย่างกรายด้วยความไม่ประมาทฟอร์สเลิกทำตัวผ่อนคลาย สีหน้าของเธอกำลังขึงขังไม่ต่างมือขวาชักมีดสั้นปริศนาออกมาถือและบีบแน่น
พวกเธอยังไม่ได้กลิ่นแปลกปลอม เพียงแต่สัญชาตญาณกำลังร้องเตือนว่าเหตุการณ์ภายในบ้านไม่ปรกติอย่างมากหนึ่งก้าว.สองก้าว.สามก้าว.ฟอร์สและซิลเดินเข้ามาในบ้านเต็มตัวทันใดนั้น สายตาพลันเหลือบเห็นแขนสีขาวซีดห้อยบนโคมไฟผนัง อวัยวะภายใ