าดใจกับสมรรถภาพร่างกายใหม่ จึงคิดหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับทันใดนั้น กาเวนเสริม“ถ้าไม่สะดวกใจ จะไม่ตอบก็ได้”ดูเหมือนกรมตำรวจจะแบ่งปันความลับกับเหยี่ยวราตรีอยู่สิ่งสองสิ่ง …ไม่สิ แบบนี้คงสมเหตุสมผลมากกว่า ตนไม่ใช่ลูกศิษย์ผู้วิเศษคนแรกของกาเวนสักหน่อยไคลน์ถอนหายใจโล่งอกพลางยิ้ม“ครูครับ อีกนานแค่ไหนกว่าผมจะนำความรู้ไปใช้ในการต่อสู้จริงได้”กาเวนยืนกอดอกพร้อมกับมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าขึงขัง
“…สองหรือสามวัน แต่การต่อสู้จริงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น!”มันเสริม“สามารถเข้าร่วมต่อสู้จริง …ไม่เหมือนกับการต่อสู้ได้ดีและเอาชนะศัตรูง่ายดาย อย่างหลังต้องใช้เวลาเพิ่มอีกสองถึงสามสัปดาห์ นอกจากนี้ยังต้องฝึกใช้งานอาวุธประชิดตัวให้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นไม้ค้ำ แส้ มีดสั้น หรือดาบปลายปืน”…ต้องเรียนรู้อีกเยอะขนาดนั้นเชียว?ไคลน์แสดงสีหน้าตกตะลึงโดยไม่ปิดบังกาเวนจ้องมองกลับด้วยดวงตาเปียมประสบการณ์นักรบ“…จงจำให้ขึ้นใจว่า เสียเหงื่อในสนามฝึกซ้อม ดีกว่าต้องหลั่งเลือดในสนามรบจริง”“ครับครู!” ไคลน์ตอบกลับอย่างฉะฉาน…
ช่วงเช้าวันอาทิตย์ ชายหนุ่มเข้าบริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬพร้อมกับเคาะห้องทำงานดันน์·สมิทหัวหน้าเหยี่ยวราตรีเงยหน้าขึ้นคล้ายกับคาดหวังเหตุการณ์นี้ไว้แล้ว“ผมลืมแจ้งเมื่อวาน ตำแหน่งทางตำรวจของคุณได้เลื่อนเป็นสารวัตรเต็มตัวแล้ว ทางกรมบอกว่าจะเตรียมเอกสารและอินทรธนูอันใหม่ให้โดยเร็ว ค่าจ้างประจำสัปดาห์เพิ่