จากนั้นก็หยิบกระดาษและเดินเข้าไปเบิกพัสดุตามรายการ…ปัง! ปัง! ปัง!กลิ่นดินปืนฟุั้งกระจายเต็มอากาศ ไคลน์ระบายความขุ่นเคืองใจกับเปั้านิ่งซ้อมยิงกระสุนซ้อมห้าสิบนัดหมดลงในพริบตาราวกับถูกเผาทิ้ง
ไคลน์สงบสติอารมณ์ตัวเองก่อนเก็บของและเดินทางไปยังบ้านครู่ฝึกกาเวนด้วยรถม้าชายหนุ่มฝืนออกแรงอย่างบ้าคลั่งราวกับหวังทรมานร่างกายให้ฉีกขาด ชนิดกาเวนยังต้องบอกให้หยุดพัก“ศิลปการต่อสู้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายตัวเอง”กาเวนจ้องไคลน์ด้วยนัยน์ตาสีเขียวมรกต“ขอโทษครับครูฝึก วันนี้ผมรู้สึกไม่ดี”ไคลน์อธิบายขณะหายใจเข้าออกเสียงดัง“เกิดอะไรขึ้น” กาเวนถามเสียงเรียบชายหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับอย่างซื่อตรง“เพื่อนคนสำคัญด่วนจากไปกะทันหัน”กาเวนเงียบงันราวสามวินาที่ จากนั้นก็ใช้มือขวาลูบเคราทองพร้อมกับกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า
“สมัยก่อน ฉันเคยสูญเสียพวกพ้องจำนวน สามร้อยยี่สิบห้าคนภายในเวลาเพียงห้านาที่ จากบรรดาคนเหล่านั้น มีสิบคนเป็นเพื่อนสนิทซึ่งเชื่อใจชนิดสามารถฝากชีวิตไว้ได้”ไคลน์ถอนหายใจ“สงครามช่างโหดร้าย…”กาเวนชำเลืองมองชายหนุ่มพร้อมกับหัวเราะแห้งเชิงตำหนิตัวเอง“นายรู้ไหมว่าอะไรโหดร้ายกว่าสงคราม…การตระหนักว่าตัวเองไม่สามารถแก้แค้นให้พวกเขาได้ชั่วชีวิตยังไงล่ะ…คนเป็นต้องอยู่อย่างรู้สึกผิดไปจนตาย แต่สำหรับนายยังมีโอกาสถึงจะไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม นายยังหนุ่มยังแน่นและมีอนาคตอีกยาวไกล”ไคลน์เงียบงันสักพัก มั