แสงแดดสลัวส่องลอดหน้าต่างสูงภายในห้องมิสซาของวิหารมอร์ส เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมภายในเลือนรางไคลน์วางหมวกลงบนตัก วางไม้ค้ำพิงกับท่อนขา ก่อนจะนั่งลงอย่างเงียบสงบบนเก้าอี้แถวหน้าสุดฝังซ้าย สายตาจ้องมองแท่นบูชาไม่กะพริบภายในวิหารปราศจากรูปปันเทพธิดารัตติกาล ปรากฏเพียงตราศักดิ์สิทธิ์แทนตัวตนพื้นหลังสีดำสนิท กึ่งกลางเป็นจันทร์แดงทรงครึ่งเสี้ยว รายล้อมด้วยจุดแสงสีขาวจำนวนมากผนังด้านบนเหนือตราศักดิ์สิทธิ์ใหญ่คือจุดช่องว่าง มีไว้ให้แสงลอดผ่านเข้ามาอย่างจำกัด หากมองผิวเผินในยามค่ำยืนจะเห็นเป็นภาพคล้ายหมู่ดาวในยุคปัจจุบัน ทั้งเจ็ดศาสนาหลักจะไม่เปิดเผยภาพวาดเสมือนของเทพให้สาวกเคารพบูชา เหลือไว้เพียงตราสัญลักษณ์แทนพระองค์
คงเพราะกฎ ‘ห้ามจ้องมองเทพ’ กระมัง…ไคลน์ปล่อยความคิดล่องลอย มันไม่รีบร้อนสร้างยันต์เพลิงสุริยันจาก 3-0782 แม้จะได้รับโอกาสให้อยู่กับสมบัติวิเศษลำพังชายหนุ่มตระหนักว่า ตนสมควรรอไปก่อนในช่วงสิบถึงสิบห้านาทีแรก เนื่องจากนักกวีเลียวนาร์ดหรือผู้ไร้หลับโคเฮนรี่สามารถวกกลับมาแจ้งข่าวด่วนได้ทุกเมื่อท่ามกลางบรรยากาศเงียบงัน ไคลน์ล้วงนาฬิกาพกใบองุ่นสีเงินออกมาตรวจสอบผ่านไปแล้วยี่สิบนาที…มันพึมพำชายหนุ่มตัดสินใจวางหมวกผ้าไหม้และไม้ค้ำเลี่ยมเงินไว้ข้างลำตัว มันลุกเดินไปยังมุมอับสายตาใกล้กับแท่นบูชาถัดมา ไคลน์นำสมบัติวิเศษ 3-0782 ออกจากกระเปั๋าเสื้อทักซิโด้ดำพร้อมกับโน้มตัววางตราศักดิ์สิทธิ