ปกคลุมผืนนภาและกลายเป็นผู้ปกครองใหม่ของดินแดนแห่งนี้ สัตว์ประหลาดจำนวนมหาศาลเริ่มผุดขึ้นจากความมืดมิดรอบตัว ฉากเหตุการณ์สุดสยดสยองแผ่ปกคลุมอาณาจักรเงินพิสุทธิ์ เมือง
แล้วเมืองเล่าถูกทำลายด้วยเงื้อมมือฝูงสัตว์ประหลาดหิวโหยเผ่าพันธุ์มนุษย์ถึงคราวย่างกรายเข้าสู่ยุคมืดโดยแท้จริง”“เหล่าอาวุโสของกรุงเงินพิสุทธิ์ซึ่งเป็นเมืองหลวงได้รวบรวมกองทัพผู้วิเศษเข้าต่อต้าน แม้ฝั่ายมนุษย์จะมีสมบัติวิเศษเพียงสองชิ้น แต่ก็มากพอสำหรับขัดขวางการรุกรานจากสัตว์ประหลาดในความมืด ขณะเดียวกัน สภาอาวุโสเริ่มจัดตั้งหน่วยลาดตระเวนและส่งออกไปปราบปรามสัตว์ประหลาดรอบเมืองอย่างต่อเนื่อง ขอบเขตลาดตระเวนเทียบเท่าระยะทางเดินเท้าไปกลับหนึ่งวันเต็ม พวกเรากระทำเช่นนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แสงสว่างสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์เหลือรอดได้เพราะความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ”เป็นคำอธิบายที่พบได้ตามตำราประวัติศาสตร์ทั่วไป ยกย่องเชิดชูความยอดเยี่ยมของบรรพชนคนในชาติ และไม่เปิดเผยเรื่องราวเสื่อมเสียไคลน์แสดงความเห็นจากคำอธิบายของเด็กหนุ่มชาวเงินพิสุทธิ์ โลกที่พวกมันอาศัย ไม่มีส่วนใดเหมือนกับทวีปเหนือของตนเลยสักนิด
หรือว่าจะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของดินแดนเทพทอดทิ้งไคลน์ครุ่นคิดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าเดอร์ริคเว้นวรรคหายใจก่อนเล่าต่อ“ในช่วงหลายสิบปีแรก มนุษย์ประสบภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก พืชผลไม่สามารถเจริญเติบโตเนื่องจากปราศจากแสงอาทิตย์ ด้านปศุสัต