ภาพการมองเห็นดำมืดไปครู่หนึ่ง
เมื่อสติกลับคืนมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มรีบกวาดสายตามองรอบตัวอย่างประหลาดใจมันตระหนักว่าตนกำลังยืนบนดินแดนลึกลับ ข้างกายมีเสาหินยักษ์หลายต้นเรียงชิดติดกัน ตรงหน้าเป็นโต๊ะทองแดงยาวลักษณะเก่าแก่ เก้าอี้วางเป็นระเบียบเรียบร้อยราวยี่สิบตัวตำแหน่งหัวโต๊ะมีร่างของบุคคลผู้หนึ่งกำลังนั่งจ้องมันด้วยมาดองอาจสง่างาม รอบกายมีกลุ่มหมอกสีเทาเข้มข้นบดบังแต่นอกเหนือจากสรรพสิ่งข้างต้น มิติแห่งนี้กลับว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง มองไปทางใดก็พบเพียงทุ่งสายหมอกไกลสุดลูกหูลูกตาพื้นใต้ฝั่าเท้ามีควันหนาปกคลุม สลับกับแสงสีแดงระยิบระยับเป็นระยะเดอร์ริคพลันสัมผัสถึงเปลวเพลิงแห่งความหวัง มันยืนจ้องมองบุคคลหลังม่านหมอกด้วยสีหน้าฉงนหนัก“ท่านคือเทพหรือ”เมื่อพูดจบ เด็กหนุ่มพลันตระหนักได้ว่า ตนหลงลืมข้อห้ามสำคัญที่สุดซึ่งถูกระบุไว้ในพระคัมภีร์เงินพิสุทธิ์ห้ามจ้องมองเทพโดยเด็ดขาด!
มันรีบก้มศีรษะลงด้วยสีหน้าหวาดผวาปนลนลาน เนื้อตัวสั่นเทาชนิดมิอาจระงับไคลน์ยังคงเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลาย มันเปล่งเสียงอ่อนโยนตอบคำถามอีกฝั่ายกลับไปด้วยภาษายักษ์“เรามิใช่เทพ เป็นเพียงเดอะฟูลผู้ฝักใฝั่ประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลกใบนี้”ไคลน์เปิดเนตรวิญญาณด้วยการกระทบฟันกรามซ้ายสองหน มันสำรวจสีออร่าของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลอย่างใจเย็นอีกฝั่ายมีวิญญาณดาราและกายจิตแตกต่างจากปรกติหมายความว่าไม่ใช่ผู้วิเศษเดอะฟูล…เดอร์ริคพึ