ญญาณด้วยสีหน้าประหม่า
เหยี่ยวราตรีสามคนในเสื้อกันลมสีดำ พวกมันเดินตรงไปยังภูเขาโดยใช้ถนนสายหลักของหมู่บ้าน เมื่อถึงทางแยก ถนนเส้นใหม่ตรงหน้าถูกปกคลุมด้วยวัชพืชและพุ่มไม้ทึบนานาชาติ แต่ก็ยังเหลือพื้นที่กว้างพอให้รถม้าสองคันแล่นผ่านพร้อมกันเดินเท้าต่อไปไม่นาน ทั้งสามเริ่มมองเห็นกำแพงเสื่อมโทรมด้านนอกปราสาทเก่า ผนังหินยังคงสภาพเดิมไว้หลายส่วน พืชสีเขียวปกคลุมเลื้อยชอนไชทั่ว แต่ด้านในเริ่มปรากฏจุดด่างดำของการผุพังให้เห็นเมื่อเดินเข้าไปใกล้ ไคลน์พลันเย็นสันหลังวาบ เส้นขนผุดตั้งชันทั่วร่าง“มีวิญญาณอาฆาตอยู่จริง”ฟรานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยขณะมันยืนเพ่งพิจารณาปราสาทโบราณดันน์ชำเลืองไปด้านข้าง สายตาจ้องมองสมาชิกเหยี่ยวราตรีคนล่าสุดซึ่งกำลังยืนตัวสั่นมันอมยิ้มเล็กน้อย
“ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเรามีทั้ง 3-0782 และฟรายวิญญาณอาฆาตไม่มีทางก่อปัญหารุนแรงแน่นอน”มือข้างหนึ่งถือปืนพกสั่งทำพิเศษ ส่วนอีกข้างถือตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันที่บิดเบือน ดันน์ย่างกรายไปใกล้ปราสาทโบราณที่คล้ายซากปรักหักพังด้วยมาดสุขุมไคลน์เดินตามใกล้ชิดด้านจากหลัง มันเตรียมพร้อมเหนี่ยวไกปืน แกว่งไม้ค้ำ หรือขว้างยันต์ใส่ศัตรูทุกเมื่อดันน์หยุดยืนห่างจากปราสาทโบราณราวห้าเมตร รอบตัวมีคอกม้าผุพัง บ่อบาดาลเก่า รวมถึงอุปกรณ์จำเป็นชนิดอื่นในสภาพเสื่อมโทรมฟั้าวว!ทันใดนั้น สายลมยะเยียบพัดผ่านด้วยบรรยากาศโหยหวนเจือความเศร้า ราวกับกำลังปฏิเสธ