อะซิกบอกได้ทันทีเลยหรือว่าเราเป็นผู้วิเศษ? แม้แต่เนตรวิญญาณก็ยังไม่สะดวกสบายขนาดนั้น!แต่ไหนแต่ไร ไคลน์สามารถมองเห็นผู้วิเศษได้เฉพาะบนมิติสายหมอกเท่านั้น เนื่องจากมีพลังลึกลับช่วยสนับสนุน“ใช่ครับ”ชายหนุ่มครุ่นคิดสักพักก่อนเสริม“ผมเป็นแบบนี้หลังจากเวิร์ชและนาย่าประสบเคราะห์ร้าย”“อย่างที่คิดไว้…”อะซิกถอนหายใจ“ในอดีต เคยมีกลุ่มตำรวจเดินทางมาสอบปากคำผมกับโคเฮน สองคนในนั้นเป็นผู้มีพลังพิเศษเหมือนคุณ”คงเป็นหัวหน้ากับเลียวนาร์ด คดีของเวิร์ชและนาย่าอยู่ในความดูแลเหยี่ยวราตรีทิงเก็น
ไคลน์พยักหน้าเบาๆ โดยไม่ขัดอะซิกเล่าอาจารย์ผิวแทนขยับไม้ค้ำในมือซ้ายและอธิบายต่อ“จากความรู้สึกของผม คุณคงทำงานร่วมกับสองคนนั้นแล้ว ไคลน์ ผมมีบางสิ่งต้องการขอร้อง ผมต้องการทราบอดีตตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องสืบสวนออกนอกหน้า ขอแค่ หากบังเอิญพบข้อมูลสำคัญเข้า ช่วยจดบันทึกและแจ้งข่าวให้ผมทราบก็พอ”อะซิกฝืนยิ้มขื่นขม“ผมไม่รู้จักผู้มีพลังพิเศษคนอื่นอีกแล้ว ไคลน์ คุณคงจินตนาการไม่ออก ถึงความรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวของการไม่มีอดีต มันเหมือนกับการเรือแล่นอย่างไร้จุดหมายท่ามกลางท้องทะเลกว้างใหญ่ ฝันร้ายในทุกค่ำคืนไม่ใช่การหวาดกลัวลมพายุหรือคลื่นยักษ์ หากแต่เป็นการไม่มีวันได้พบท่าเรืออีกตลอดชีวิตเรือแล่นไปอย่างไร้จุดหมายโดยไม่มีเข็มทิศหรือแผนที่ หาทางกลับไม่ฝังพบ วันเวลาผ่านไปกับการเผชิญภัยธรรมชาติไม่รู้จบสิ้น…การเดินทางไกลที