่ไม่มีวันได้กลับบ้าน”
ผิดแล้วมิสเตอร์อะซิก ตรงกันข้าม นั่นคือความรู้สึกของผมในปัจจุบันด้วยซ้ำโชคดีเดียวของผมคือ อย่างน้อยก็ยังมีความทรงจำในอดีตหลงเหลือ รวมถึงยังมีเบ็นสันและเมลิสซ่าไคลน์รำพันในใจก่อนซักถาม“มิสเตอร์อะซิก ทำไมคุณถึงไม่มารวมกลุ่มกับพวกเรา?วิธีนี้ต้องช่วยให้สืบหาอดีตเร็วขึ้นแน่นอน”อะซิกจ้องมองเข้าไปในดวงตาไคลน์จากนั้นก็ยิ้มตำหนิตัวเอง“เพราะผมกลัว…กลัวว่าตัวเองต้องตาย”มันถอนหายใจและเล่าต่อ“ผมเคยชินกับชีวิตแบบนี้แล้ว ไม่มีความกล้ามากพอจะออกไปเสี่ยงอันตราย จึงตัดสินใจไหว้วานคุณช่วยหาเบาะแส”ไคลน์ไม่ซักถามสิ่งใดอีก เพียงพยักหน้าและตกปากรับคำ
“เข้าใจแล้วครับ ถ้าพบเบาะแสจะรีบแจ้งให้คุณทราบทันที”“ขอบคุณมาก เอาล่ะ ถึงเวลาพวกเราต้องกลับห้องทำงานกันแล้ว ผมนัดทานข้าวกับโคเฮนไว้ คุณก็มาด้วยกันสิ ยังจำรสมือพ่อครัวร้านไบลัมตะวันออกในมหาวิทยาลัยได้ไหม?ฝีมือของเขายังยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยน ไม่ต้องห่วง มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง”อะซิกยกปลายไม้ค้ำชี้ไปทางร้านอาหารขอโทษด้วยอาจารย์ แต่ผมไม่มีความทรงจำในส่วนนั้นเลยนักศึกษายากจนอย่างไคลน์คนก่อนคงไม่เคยลิ้มรสอาหารในภัตตาคารแน่ไคลน์ไม่กล่าวสิ่งใด เพียงถอดหมวกคำนับและเดินกลับอาคารสีเทาหม่นสามชั้นพร้อมมิสเตอร์อะซิกระหว่างทาง อะซิกพูดขึ้น
“ผมมีแผนลาพักร้อนยาวหลังจากสะสางงานทั้งหมดในมหาวิทยาลัย คงกลับไปอยู่บ้านสักพัก คุณสามารถเดินทางไปพบผมโดยตรง หรือไม่ก็เขีย