ขวาลูบไฝบริเวณใต้ติ่งหูตามความเคยชิน และไต่ถามด้วยท่าทีสนใจ“เป็นอย่างไรบ้าง? พบอะไรไหม?”“พอสมควรครับ ดูนี่สิ ผมเขียนสรุปได้ตั้งหลายแผ่น”ไคลน์ชี้นิ้วไปที่กองกระดาษบนโต๊ะ“ผมไม่เข้าใจ ทำไมจู่ๆ คุณถึงสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับเทือกเขาโฮนาซิสขึ้นมาได้”อะซิกถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ไคลน์ สมัยยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเบ็คลันด์ ผมเคยศึกษาศาสตร์การทำนายมาบ้าง และสามารถบอกได้ว่าโชคชะตาของคุณมีความไม่กลมกลืนแฝงอยู่ มันไม่เป็นไปตามครรลองธรรมชาติ”อะไรนะ? ศาสตร์การทำนาย?คุณกำลังพูดกับนักทำนายตัวจริงอยู่ในฐานะผู้วิเศษเส้นทางนักทำนาย ไคลน์มองว่างานอดิเรกของนักวิชาการอะซิกช่างน่าขบขัน“ไม่กลมกลืน?”ไคลน์ถามพร้อมขมวดคิ้วอะซิกครุ่นคิดก่อนอธิบายเสริม“ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา คุณเผชิญความบังเอิญที่ผิดปรกติกี่ครั้ง?”“ความบังเอิญ?”ตอนแรกอาจเห็นเป็นเรื่องตลก แต่ปัจจุบันคงคิดแบบนั้นไม่ได้
หากให้นึกถึงเหตุการณ์บังเอิญ สิ่งที่น่าจดจำที่สุดคงหนีไม่พ้นคดีลักพาตัวผลพวงจากคดีดังกล่าว มันเกิดความรู้สึกเดจาวูและพบเบาะแสของสมุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัสในห้องฝังตรงข้ามเข้าโดยบังเอิญถัดมา รีเอล·บีเบอร์ไม่ยอมหนีออกจากทิงเก็น แต่เลือกเก็บตัวเพื่อย่อยพลังผู้วิเศษภายในโกดังสินค้าท่าเรือ ส่งผลให้ของวิเศษต้องห้ามรหัส 2-049 พบเบาะแสได้ง่ายดายเหตุการณ์ทั้งหมดประจวบเหมาะอย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงอายร์·ฮาสันจะมอบคำอธิบายที่ฟังขึ้น แต่จวบจ