พวกมันไม่มีเงินพอจะอาศัยอยู่แม้กระทั่งย่านสลัมแออัดอย่างถนนกางเขนเหล็กสายล่างฮือ…เสียงครางเบาๆ ดังพร้อมสายลมที่มองไม่เห็นพัดผ่านร่างกาย มันรับรู้ได้จากสัมผัสวิญญาณอันเฉียบแหลมไคลน์รีบเข้าสู่ภาวะเนตรวิญญาณและจ้องมองไปที่เดอไวล์มันได้พบเงาลางโปร่งแสงของบุคคลผู้หนึ่งกำลังยิ้มอย่างมีความสุข“อ…อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท…ท่านเซอร์”พ่อและแม่เฮลี่ย์ทักทายด้วยท่าทีนอบน้อมสุดชีวิตสีหน้าเดอไวล์ดีขึ้นเล็กน้อย มันใช้ฝั่ามือลูบคลำหน้าผากพร้อมกับไต่ถาม
“พวกคุณคือพ่อและแม่ของเฮลี่ย์·วอล์คเกอร์ใช่ไหม?ได้ยินมาว่า ยังมีพี่ชายคนโตและน้องสาวคนเล็กวัยสองขวบอยู่ที่บ้านด้วย”มารดาเฮลี่ย์ตอบเสียงสั่นเครือ“พ…พี่ชายของเฮลี่ย์ขาหักจากการทำงานหนักที่ท่าเรือค่ะ พ…พวกเราจึงให้เขาดูแลน้องสาวอยู่ที่บ้าน”เดอไวล์เงียบงันหลายวินาที่ ก่อนจะถอนหายใจยาว“ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเรื่องที่เกิดขึ้นกับเฮลี่ย์”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาสามีภรรยาเริ่มแดงก่ำ พวกมันสลับกันพูดตะกุกตะกัก“ข…ขอบคุณสำหรับความห่วงใยค่ะ”“ตำรวจบอกกับเราว่า เฮลี่ย์ตายเพราะพิษจากสารตะกั่วใช่ไหมครับ? หรืออะไรทำนองนั้น เฮ่อ…เธอน่าสงสารมากอายุเพียงสิบเจ็ด เป็นเด็กที่เงียบ แต่มุ่งมั่นและใจสู้”
“คุณเคยส่งคนมาช่วยออกเงินและจัดพิธีศพให้เธอแล้ว…ฝังอยู่ที่สุสานราฟาเอล”เดอไวล์ชำเลืองมองไคลน์เล็กน้อย คล้ายกับต้องการคำแนะนำ แต่ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวสิ่งใด ปล่อยให้เศรษฐีใจบ